เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำแตะ 1,000 ลบ.ม. เตือนท้ายเขื่อนน้ำขึ้นอีก

เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ แตะ 1,000 ลบ.ม. เตรียมพร้อมรับน้ำเหนือ เตือนชาวบ้านท้ายเขื่อน น้ำจะขึ้นทีก 45 เซนติเมตร
(24 ก.ค. 68) สถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ซึ่งพบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,332 ลบ.ม./วินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัววัดได้ 15.28 ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)
ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นแบบขั้นบันได จาก 900 ลบ.ม./วิ ขึ้นไปที่ 1,000 ลบ.ม./วิ และอาจจะพิจารณาปรับเพิ่มเป็น1,100 ลบ.ม. ในวันนี้เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำเหนือเขื่อน รองรับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงสู่ภาคกลาง รวมทั้งฝนที่ตกหนักจากอิทธิพลของพายุวิภา ที่จะยังมีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมตลิ่งเหนือเขื่อน ในขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนล่าสุดยกตัวขึ้นอีก 45 เซนติเมตรในรอบ 24 ชม.วัดได้ 11.20 ม.รทก. ซึ่งจากปริมาณน้ำเหนือที่ไหลทะลักลงมาอย่างต่อเนื่องนี้เอง
กรมชลประทานยังย้ำเตือน 11 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ สถานการณ์อิทธิพลจากพายุวิภา
โดยทางกรมชลประทานจะมีการปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันได ขึ้นไปได้ถึงอัตรา 1,200 ลบ.ม.ภายใน 1-2 วันนี้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อน ใน คลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก 30-40 เซนติเมตรใน 24 ชม.ข้างหน้า




