ภาพวินาที! พายุงวงช้างพัดถล่ม ต้นไม้ล้มทับอาคารเรียน เสาไฟฟ้า กระเบื้องหลังคาวัดปลิวเสียหาย

ข่าวเวิร์คพอยท์
ภาพวินาที! พายุงวงช้างพัดถล่ม ต้นไม้ล้มทับอาคารเรียน เสาไฟฟ้า กระเบื้องหลังคาวัดปลิวเสียหาย

ภาพวินาที! พายุงวงช้างพัดถล่ม ต้นไม้ล้มทับอาคารเรียน เสาไฟฟ้า กระเบื้องหลังคาวัดปลิวเสียหาย ขณะชาวสวนน้ำตาตกต้นทุเรียนโค่นถอนรากเกือบ 100 ต้น

(28 ก.ค.67) ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียนขลุงรัชดาถิเษก อ.ขลุง จ.จันทบุรี จับภาพเหตุการณ์ นาทีที่เกิดพายุงวงช้างพัดกระหน่ำเข้าใส่ ส่งผลทำให้ต้นไม้อายุกว่า 30 ปี ภายในโรงเรียนนับสิบต้น โค่นล้มระเนระนาด ทับอาคารเรียน เสาไฟฟ้าแรงสูง จนเกิดประกายและเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว นอกจากนี้ยังพัดกระเบื้องหลังคาวัดที่อยู่ใกล้ปลิวว่อนหลุดหายไปทั้งแถบ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ช่วงเย็นของวันที่ 27 ก.ค. 67 ผ่านมา

หลังเกิดภัยพิบัติ นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภอขลุง มอบหมายให้ทุกตำบล ในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย หลังพายุลูกใหญ่ที่มากับฝน ในเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า มีโรงเรียน วัด และสวนทุเรียนของชาวบ้าน ถูกพายุพัดได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นภัยพิบัติที่หนักสุด ในรอบหลายสิบปี

จากการลงพื้นที่โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก พบมีต้นไม้หลายสิบต้นทั่วบริเวณโรงเรียน ล้มระเนระนาด ทับเสาไฟฟ้า , อาคารเรียน , บ้านพักครู ตลอดจนประตูรั้วและโรงจอดรถ กระเบื้องหลังคาโบสถ์ ปลิวว่อน กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และยังพบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ถูกแรงลมพัดโค่นล้มลงมา โชคดีขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเย็น ไม่มีคนอยู่ ทำให้ไม่มีใครได้รับอันตราย

ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังสวนผลไม้ พื้นที่ หมู่ 2 และหมู่ 4 ต.วันยาว อ.ขลุง ซึ่งเป็นสวนทุเรียนของ นายสมชาย อายุ 56 ปี หลังได้รับรายงานว่า มีต้นทุเรียนถูกพายุหักโค่นล้ม ได้รับความเสียหายเกือบ 100 ต้น

จากการสอบถาม นายสมชาย เผยว่า ได้ทำสวนทุเรียนบนเนื้อที่ 7 ไร่ ปลูกทุเรียนอายุตั้งแต่ 10 - 15 ปี ไว้จำนวนกว่า 100 ต้น โดยช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค.67 ที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลา 18.30 น. มีพายุลมแรงพัดเข้ามาในสวนไม่ถึง10 นาที ซึ่งตอนนั้นทั้งตกใจทั้งกลัว แต่ทำอะไรไม่ได้

หลังพายุฝนสงบ ได้รีบเข้าไปตรวจสอบก็พบมี ต้นทุเรียนพันธุ์กระดุม และหมอนทอง ถูกพายุพัดโค่นล้มได้รับความเสียหาย ทั้งหมด 71 ต้น ยังมีต้นทุเรียนในสวนฝั่งตรงข้ามของเพื่อนบ้าน ถูกแรงลมหักโค่น อีกจำนวน 8 ต้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปในพื้นที่หมู่ 4 ต.วันยาว อ.ขลุง หลังรับแจ้งว่า มีต้นกระบกขนาดใหญ่ อายุกว่า 200 ปี ถูกพายุพัดหักโค่นอีก 1 ต้น จากการตรวจสอบ พบต้นกระบกดังกล่าว มีขนาดลำต้นไม่ต่ำกว่า 6-7 คนโอบ มีการตั้งศาลไว้ 4 หลัง โดยเจ้าของบอกว่า ต้นกระบกดังกล่ว มีอายุประมาณ 200 ปี ซึ่งจากคำบอกเล่าของพ่อในสมัยของทวด ก็พบต้นกระบกต้นนี้เติบโตในสวนแห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว

ขณะเกิดเหตุมีแม่อยู่บ้าน บอกว่าเกิดพายุลมพัดแรงอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน จนสามารถพัดต้นกระบกที่สูงใหญ่และแข็งแรงโค่นล้มลงได้ โชคดีที่ไม่มีใครในบ้านได้รับบาดเจ็บ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง