เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 1,500 ลบ.ม./วิ สิ้นเดือนนี้น้ำขึ้นอีก 1 เมตร

พายุวิภามาแล้ว! กรมชลฯ ประกาศเตือน เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 1,500 ลบ.ม./วิ สิ้นเดือนนี้น้ำขึ้นอีก 1 เมตร
(24 ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำทางภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจาก พายุโซนร้อนวิภา ในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ทำให้หลายจังหวัดทางภาคเหนือประสบกับอุทกภัย เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ ทางด้านเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจหลักสำคัญในการระบายน้ำสู่ภาคกลาง ต้องเร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ตามแผนของกรมชลประทานเป็นลำดับขั้นบันได
สำหรับปัจจุบัน ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,322 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.23 เมตร/รทก. ปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 11.20 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 5.14 เมตร/รทก. และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,000 ลบ.ม./วินาที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ด้านนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 4 ถึงผู้ว่าราชการ 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี , ชัยนาท , สิงห์บุรี , อ่างทอง , สุพรรณบุรี , พระนครศรีอยุธยา , ลพบุรี , ปทุมธานี , นนทบุรี , สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ
จากการคาดการณ์ โดยกรมชลประทาน ในช่วง 1-7 วันข้างหน้า ในวันที่ 31 ก.ค.68 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่าน ประมาณ 1,500 – 1,700 ลบ.ม./วินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีปริมาณประมาณ 150 -200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณระหว่าง 1,650 -1,850 ลบ.ม./วินาที และทางกรมชลประทานรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 350 -400 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 1,200 – 1,500 ลบ.ม./วินาที ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 20 ซม.– 1 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา , ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่แม่น้ำน้อย โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้น ที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,500 ลบ.ม./วินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป ทางกรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ ฝากเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




