ป.ป.ช. ฉะเชิงเทรา สนธิกำลัง 5 หน่วยงานหลัก บุกจัดระเบียบรถบรรทุกบนถนนสุขุมวิท (บางปะกง)

ป.ป.ช. ฉะเชิงเทรา สนธิกำลัง 5 หน่วยงานหลัก บุกจัดระเบียบรถบรรทุกบนถนนสุขุมวิท (บางปะกง) ล้างบางพฤติกรรม "แช่ขวา-ไม่คลุมผ้า-แต่งซิ่ง-น้ำหนักเกิน" สกัดวงจรการเรียกรับผลประโยชน์หน้าด่าน!
(27 ก.ค. 69) เพจเฟซบุ๊ก สำนักงาน ป.ป.ช. รายงานว่า หมดเวลาเคลียร์! ป.ป.ช. ฉะเชิงเทรา สนธิกำลัง 5 หน่วยงานหลัก บุกจัดระเบียบรถบรรทุกบนถนนสุขุมวิท (บางปะกง) ล้างบางพฤติกรรม "แช่ขวา-ไม่คลุมผ้า-แต่งซิ่ง-น้ำหนักเกิน" สกัดวงจรการเรียกรับผลประโยชน์หน้าด่าน!
ปัญหาบนท้องถนน ไม่ใช่แค่เรื่องวินัยจราจร แต่คือช่องโหว่ของการทุจริต! เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ถนนทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) บูรณาการร่วมกับ ตำรวจ สภ.บางปะกง, ตำรวจทางหลวง, ขนส่งจังหวัด, แขวงทางหลวง และแขวงทางหลวงชนบท เพื่อตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
ปฏิบัติการครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ใน 4 ประเด็นหลักที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และมักเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ได้แก่
1. การฝ่าฝืนไม่คลุมผ้าใบ ป้องกันของตกหล่น
2. พฤติกรรมรถบรรทุกวิ่งแช่ขวา กีดขวางการจราจร
3. การดัดแปลงสภาพรถและส่วนควบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการกรุยทางไปสู่การบรรทุกเกินพิกัด
4. รถบรรทุกน้ำหนักเกิน ที่บ่อนทำลายพื้นผิวถนนจนรัฐต้องสูญเสียงบประมาณซ่อมแซมมหาศาลในแต่ละปี
จากการตั้งด่านเฝ้าระวังและสุ่มตรวจ พบผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ การติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ (LED) ผิดกฎหมาย, แผ่นสะท้อนแสงไม่ได้มาตรฐาน, ติดตั้งแตรลม, บรรทุกของยื่นล้ำตัวรถ, ปล่อยควันดำ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ฯ เช่น ล้อยื่นเกินตัวรถ และการค้างชำระภาษี ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ดำเนินการตามกฎหมายในทันที
การลงพื้นที่ของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่า กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์และต้องถูกนำมาใช้โดยปราศจากการละเว้น การปราบปรามรถบรรทุกผิดกฎหมายจะประสบความสำเร็จได้ หน่วยงานหน้าด่านต้องทำงานอย่างโปร่งใส ไร้ข้อครหาเรื่องส่วยสติกเกอร์
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นสูงสุดไปถึง "ผู้ประกอบการขนส่ง" เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าจะเฝ้าระวังการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อดึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการบังคับใช้กฎหมายบนท้องถนนกลับคืนมาอย่างยั่งยืน




