“หยางจิ้ง” ยันเป็นคนไทย 100% - ตัวเองคือผู้เสียหาย

“หยางจิ้ง” เข้าพบพนักงานสอบสวน ยืนยันเป็นคนไทย 100% ไม่ใช่จีนเทาสวมสัญชาติ พร้อมเปิดหลักฐานตัวเองคือผู้เสียหายในคดีซื้อขายทุเรียน
(18 ก.ค. 69) เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ สภ.ขลุง จ.จันทบุรี นาย “หยางจิ้ง” หรือ นายนคร อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมตัวแทนและทนายความ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีกระแสข่าวจากสื่อออนไลน์บางแห่งนำเสนอว่าตนเป็น “จีนเทา” จนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง
.
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริง โดยในช่วงแรกนายหยางจิ้งแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากเข้าใจว่าสื่อเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว แต่เมื่อได้รับคำอธิบายว่าเป็นการนำเสนอของสื่อออนไลน์บางแห่งที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงยอมเปิดใจพูดคุย โดยขอเพียงให้นำข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ
.
นายหยางจิ้ง ระบุว่า ตนเองเป็นฝ่ายผู้เสียหาย หลังนำเงินจำนวน 600,000 บาท ไปวางมัดจำซื้อสวนทุเรียนของคู่กรณี แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีทุเรียนให้ตัด อีกทั้งยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท
.
พร้อมยืนยันว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าตนส่งคนเข้าไปตัดทุเรียนในสวนของคู่กรณีนั้น ไม่เป็นความจริง โดยรถที่ปรากฏในภาพเป็นของผู้รับซื้อรายอื่น ไม่ใช่ของตนเอง
.
ระหว่างการชี้แจง นายหยางจิ้งยังนำภาพถ่ายภายในสวนทุเรียนมาแสดง พร้อมอ้างว่าร่องรอยที่เห็นเป็นรอยขั้วทุเรียนถูกตัด ไม่ใช่ร่องรอยกระรอกกัดกินตามที่มีการกล่าวอ้าง รวมถึงนำเอกสารการวางเงินมัดจำ และหลักฐานการแจ้งความที่ สภ.สอยดาว มาแสดงต่อสื่อมวลชน
.
ภายใน สภ.ขลุง ยังมีบรรดาคู่กรณีของ นายสิงหา ทั้งผู้ประกอบการแผงรับซื้อทุเรียนและมังคุด เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีและแจ้งความเพิ่มเติม โดยระบุว่า นายสิงหาเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้ประกอบการรายอื่นมาแล้วเกือบ 10 ราย
.
ขณะเดียวกัน ทนายความของนายหยางจิ้ง ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายหลายราย เพื่อเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมาย
.
ด้าน นายสุรศักดิ์ อายุ 29 ปี ตัวแทนบริษัท จินป่ายเว่ย ไทย-จีน เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจรับซื้อทุเรียน เปิดเผยว่า ตนเองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน หลังทำสัญญาซื้อขายทุเรียนกับนายสิงหา ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และวางเงินมัดจำไว้ 300,000 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีทุเรียนให้ตัด จึงได้แจ้งความไว้แล้ว
.
ส่วน นายคณินทร์ อายุ 35 ปี ตัวแทนของนายหยางจิ้ง ยืนยันว่า นายหยางจิ้งเป็น คนไทย 100% มีบัตรประจำตัวประชาชนไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เพียงแต่มีเชื้อสายจีนและสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ เนื่องจากทำธุรกิจค้าทุเรียนกับชาวจีน จึงไม่ใช่ชาวจีนหรือกลุ่มจีนเทาตามที่มีการกล่าวอ้าง
.
นอกจากนี้ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ารู้จักบุคคลผู้มีอิทธิพล โดยยืนยันว่า นายหยางจิ้งเป็นเพียงผู้ประกอบการค้าทุเรียนทั่วไป
.
ขณะที่ตัวแทนผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า ถูกหลอกในธุรกิจทุเรียนมูลค่าประมาณ 700,000 บาท และธุรกิจรับซื้อมังคุดอีก 200,000 บาท รวมความเสียหายเกือบ 900,000 บาท
.
ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. คาดว่าจะมีผู้เสียหายประมาณ 10 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.สอยดาว เพื่อแจ้งความเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้าของคดี




