คู่รัก LGBTQ+ ร้องถูกแม่แท้ๆ ขนพวกบุกทวงเด็กคืน หลังชุบเลี้ยง 6 เดือน

ข่าวเวิร์คพอยท์
คู่รัก LGBTQ+ ร้องถูกแม่แท้ๆ ขนพวกบุกทวงเด็กคืน หลังชุบเลี้ยง 6 เดือน

หัวใจสลาย! คู่รัก LGBTQ+ ร้องมูลนิธิฯ ถูกแม่แท้ๆ พาพวกกดดันฉุดลูกบุญธรรมคืน หลังชุบเลี้ยงนาน 6 เดือน ทั้งที่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย

(11 มิ.ย. 69) ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม คุณแพรวรรณ์ อายุ 29 ปี และคุณภิรัช อายุ 38 ปี คู่รัก LGBTQ+ ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ นางสาวชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือและเรียกร้องความเป็นธรรม

หลังอุปการะเด็กชายคนหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรม และทำหลักฐานกับครอบครัวเด็กถูกต้องทุกขั้นตอน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ครอบครัวฝ่ายแม่แท้ๆ กลับมาทวงเด็กคืน พร้อมพาพวกมาข่มขู่สร้างความหวาดกลัว จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียน

คุณภิรัช (ผู้เสียหาย) เปิดเผยว่า รู้จักกับแม่เด็กผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เนื่องจากตนและคู่รักไม่สามารถมีบุตรได้ จึงต้องการรับเด็กมาเลี้ยงดู จนไปเจอโพสต์ประกาศหาผู้อุปการะของแม่เด็ก จึงได้ติดต่อพูดคุยกัน โดยแม่เด็กอ้างว่าไม่มีเงินฝากครรภ์ ไม่มีศักยภาพในการเลี้ยงดู และต้องการยกสิทธิ์ขาดให้ โดยไม่ประสงค์จะรับเด็กคืนในอนาคต

ระหว่างตั้งครรภ์ แม่เด็กได้ขอความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นระยะ ตนจึงช่วยตามกำลัง และพาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี โดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่ระวังไม่ให้เงินจำนวนมาก เพราะเกรงจะเข้าข่ายการซื้อขายมนุษย์

31 ตุลาคม 2568 : แม่เด็กเจ็บท้องคลอด ตนจึงนำอุปกรณ์ของใช้เด็กไปให้และรับผิดชอบค่าคลอดทั้งหมด

1 พฤศจิกายน 2568 : ตนถามย้ำทั้งพ่อและแม่เด็กว่าเปลี่ยนใจหรือไม่ ทั้งคู่ยืนยันคำเดิมว่าไม่พร้อม โดยพ่อเด็กไม่ขอรับรองบุตร ในสูติบัตรจึงมีเพียงชื่อแม่ จากนั้นช่วงเย็นแม่เด็กหนีออกจากโรงพยาบาล ปล่อยให้ตนดูแลเด็กเพียงลำพัง

2 พฤศจิกายน 2568 : แม่เด็กกลับมาเซ็นเอกสารออกจากโรงพยาบาล และไปลงบันทึกประจำวันร่วมกันที่ สภ.พนัสนิคม เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ขโมยเด็ก

มกราคม 2569 : แม่เด็กเซ็นเอกสารยินยอมยกเด็กให้ตามขั้นตอนกฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการทดลองเลี้ยงดูเป็นเวลา 6 เดือน ตามระเบียบของ พม.เนื่องจากไม่ใช่ญาติสายตรง

กระทั่งวันที่ 23 เมษายน 2569 แม่เด็กติดต่อกลับมาขอรับลูกคืน อ้างว่ายายของเด็กเพิ่งทราบเรื่อง ต่อมาวันที่ 27 เมษายน 2569 ครอบครัวฝ่ายแม่เด็กพร้อมพวกประมาณ 12 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บุกมาที่บ้านเพื่อเจรจาทวงเด็กคืน ตนเกิดความกลัวเพราะในบ้านมีเพียงผู้หญิงและผู้สูงอายุ ประกอบกับกลัวว่าหากไม่คืน เด็กอาจต้องถูกส่งเข้าสถานสงเคราะห์ จึงจำใจส่งเด็กคืนไปด้วยความบอบช้ำทางจิตใจ และถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปเจอเด็กอีก มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดี

ด้าน นางสาวชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ระบุว่า ตามกฎหมายพ่อแม่บังเกิดเกล้ายังมีสิทธิ์ในตัวเด็ก แต่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดขั้นตอนการรับเด็กคืนจึงไม่ผ่านกระบวนการของ พม. แต่กลับพาตำรวจและญาติจำนวนมากมาบุกกดดันถึงบ้าน ซึ่งเข้าข่ายการข่มขู่ หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าพบ พม. เพื่อหาข้อเท็จจริง และให้ทีมกฎหมายตรวจสอบว่า พฤติกรรมของครอบครัวเด็กเข้าข่ายความผิดทางอาญาฐานใดบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง