เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง

Tum1
เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง

เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง สุดท้ายยังไม่ได้รับค่าซ่อม 1.3 ล้าน

(19 มิ.ย.69) ที่อู่ V10 Garage ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายชัชวาล คายลิ้น หรือ "ใหญ่ V10" เจ้าของอู่ V10 Garage พร้อมแฟนสาว ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาผ่านรายการโทรทัศน์ชื่อดัง กรณีรถยนต์ Toyota Alphard ของคู่รักอินฟลูเอนเซอร์ “มอส-เจีย” ที่มีข้อร้องเรียนเรื่องการซ่อมไม่ได้มาตรฐาน มีการสลับอะไหล่และเรียกเก็บค่าซ่อมเกินจริง

"ใหญ่ V10" ระบุว่า รถคันดังกล่าวเข้าซ่อมกับอู่ ในฐานะอู่นอกเครือบริษัทประกันภัย โดยประเมินค่าซ่อมเบื้องต้นไว้ 1.72 ล้านบาท ขณะที่บริษัทประกันอนุมัติวงเงิน 850,000 บาท ก่อนมีการเจรจาปรับเพิ่ม 1.3 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ายืนยันเลือกซ่อมกับอู่แห่งนี้ และมีการทำสัญญาจ้างซ่อมอย่างชัดเจน ยืนยันว่า การใช้อะไหล่มือ 1 หรือมือ 2 เป็นเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยอนุมัติ ลูกค้าได้รับข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ต้น มีเอกสารประกอบการพิจารณาราคา เนื่องจากหากใช้อะไหล่ใหม่ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ามาก

หลังมีประเด็นในรายการดังกล่าว ได้นำรถไปตรวจที่อู่กลาง ตนจึงส่งหนังสือถึงอู่กลาง เพื่อขอเอกสารตรวจ แต่อู่กลางส่งหนังสือกลับมาว่า "ไม่สามารถให้ผลตรวจได้ หลังซ่อมเสร็จ รถยังผ่านการตรวจรับจากบริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าสินไหม และมีการนำรถเข้าตรวจสภาพเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการ Toyota แห่งหนึ่งย่านรังสิต ผลตรวจไม่พบปัญหาที่ส่งผลต่อความปลอดภัย และสามารถใช้งานได้ตามปกติ มีเพียงการเก็บสีเพิ่มก่อนที่ลูกค้าจะรับรถกลับไปใช้งานได้ปกติ

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาอู่เปลี่ยนอะไหล่เพียง 11 รายการ จากรายการเสียหายกว่า 80 รายการ และมีการเปลี่ยนโช๊คอัพใหม่เพียงต้นเดียวนั้น ไม่เป็นจริงไปตามคำกล่าวหา พร้อมนำอะไหล่ที่ถอดเปลี่ยนจริงจำนวนเกือบ 100 ชิ้น มาแสดงต่อสื่อมวลชน และนำคลิปผลการตรวจของอู่กลางมายืนยัน

เจ้าของอู่ V10 Garage ยังเปิดคลิปเสียงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสภาพรถ โดยอ้างว่า เป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการเปลี่ยนชิ้นส่วนช่วงล่างมากกว่าที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะบางส่วน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง 

สำหรับประเด็นการชำระเงินค่าซ่อม หลังลูกค้านำรถกลับไปใช้งานตามปกติ กลับไม่มาชำระค่าซ่อมตามยอดที่ตกลงไว้ 1.3 ล้านบาท โดยส่งหนังสือผ่านทนายความแจ้งว่า จะจ่ายเพียง 531,516 บาท พร้อมนำเงินสดจำนวนดังกล่าวไปวางไว้ที่กรมบังคับคดี ซึ่งอู่ไม่ยินยอมรับเงินจำนวนดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ และอู่กลางปล่อยรถให้คู่กรณี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากทางอู่ตนอีกด้วย

ฝ่ายคู่กรณี ได้แสดงจุดยืนว่าจะชำระเพียงจำนวนดังกล่าวเท่านั้น และหากอู่ต้องการเรียกร้องเงินส่วนที่เหลือ ก็สามารถไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลได้ ทำให้ปัจจุบันข้อพิพาทเรื่องค่าซ่อม ยังไม่ได้ข้อยุติ และยังไม่มีการชำระเงินตามจำนวนที่อู่เรียกร้อง ตนจึงนำหลักฐานต่างๆ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า อู่ดำเนินการซ่อมรถตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับลูกค้าและบริษัทประกันภัยทุกประการ

เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง

เคสที่ 2 "ใหญ่ V10" ได้โต้กรณีมีหญิงคู่กรณี (ยันไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริง รถปอร์เช่ สีขาว) พร้อมเปิดบันทึกประจำวัน คลิปวีดีโอยืนยันสภาพรถจากเจ้าของตัวจริง หญิงคู่กรณีรายดังกล่าว ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงและไม่ได้เป็นเจ้าของรถ แต่ได้ออกมากล่าวหาว่า ทางอู่มีการถอดอะไหล่ รื้อชิ้นส่วนรถนอกเหนือจากการซ่อมแซมปกติ ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทกับหญิงรายดังกล่าวไว้แล้ว และตนมองว่า การออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อฯ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามให้มีการถอนคดี

เคสที่ 3 กรณีรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ในลักษณะเป็น “รถโครงไก่” จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยระหว่างการแถลงข่าว "ใหญ่ V10" ได้นำรถ Tesla รุ่นใหม่ล่าสุดอีกคันหนึ่ง ที่ซ่อมเสร็จแล้วมาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่า การซ่อมรถประเภทดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอย่างที่ถูกกล่าวหา หากมีอะไหล่ครบถ้วนก็สามารถดำเนินการซ่อมได้อย่างรวดเร็ว (4 วัน)

กรณีรถ Tesla นั้น ประสบอุบัติเหตุรุนแรง เสียหายหนักทั้งยังจมน้ำ จำเป็นต้องรื้อชิ้นส่วนหลายจุดเพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนและสัญญาจ้าง ไม่ใช่ทำโดยไม่มีเหตุผล และสิ่งที่ทำให้รถคันดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ เพราะเจ้าของรถได้ทำสัญญาว่าจ้างซ่อมไว้แล้ว ก่อนจะหยุดชำระค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการสั่งซื้ออะไหล่และซ่อมต่อได้ตามแผนงาน 

เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง

เคสที่ 4 อู่โต้ปม “ไม่มีถุงลมนิรภัย (Airbag)และติดตั้งตัวหลอก” ในรถ Benz GLA ยืนยันว่า ระบบทำงานจริง พร้อมเปิดคลิปตรวจสอบต่อหน้าสื่อ ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่วนสาเหตุที่เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น มาจากการตรวจสอบของอู่อีกแห่ง ที่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งจากคลิปที่อู่นำมาแสดง พบว่า ระบบถุงลมนิรภัยของรถยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

เคสที่ 5 คดีรถเบนซ์ SLC โดยลูกค้าหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นประเด็นในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง เกี่ยวกับเรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและข้อพิพาทระหว่างเจ้าของรถกับอู่ ก่อนหน้านี้ทางเจ้าของรถได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา "ยักยอก" เกี่ยวกับรถคันดังกล่าว แต่ล่าสุดพนักงานอัยการ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ทำให้ประเด็นทางอาญาในส่วนนี้ยุติลง 

ปัจจุบันเจ้าของรถ ได้เบิกค่าสินไหมค่าซ่อมรถจากบริษัทประกันภัย เป็นจำนวนประมาณ 1.2 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระเงินค่าซ่อมดังกล่าวให้กับทางอู่ แม้ว่ารถจะได้รับการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จแล้วก็ตาม และไม่สามารถติดต่อเจ้าของรถได้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานะของรถคันดังกล่าว โดยคาดว่า รถอาจยังอยู่ภายใต้สัญญาเช่าซื้อ หรือมีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน

พร้อมกันนี้ "ใหญ่ V10" ได้โต้แย้งกรณีอดีตลูกจ้างแฉ “ซ่อมรถด้วย AI” โดยยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ พร้อมปฏิเสธมีผู้เสียหาย 11 ราย มูลค่า 35 ล้านบาท ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราว มีหน้าที่ขับรถและช่วยถ่ายคลิปวิดีโอในการทำงานเท่านั้น และการใช้ภาพที่สร้างจาก AI เพื่อเบิกเงินประกันภัยนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากกระบวนการเบิกค่าสินไหม มีขั้นตอนการตรวจสอบที่ละเอียดและเข้มงวด 

ในหลายกรณี บริษัทประกันภัยยังมีการตรวจรับอะไหล่ที่เสียหายกลับคืน รวมถึงมีเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เพียงภาพที่สร้างจาก AI มาเป็นหลักฐานในการเบิกค่าสินไหมได้ นอกจากนี้ "ใหญ่ V10" ยังนำเอกสารบางส่วนมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่า เป็นหลักฐานแสดงว่าบุคคลดังกล่าวเคยเข้ามาขอยืมเงินอีกด้วย - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของอู่ "V10 Garage” เปิดใจโต้ทุกประเด็น ยันซ่อมอัลพาร์ดคู่รักอินฟลูฯ ทำตามข้อตกลง | Workpoint News