โดนยึดรถเพราะท่อดัง พอไปรับรถคืนเหลือแต่ซาก อะไหล่หาย!
โวยโดนยึดรถมอเตอร์ไซค์เพราะท่อดัง แต่พอจ่ายค่าปรับเอาเอกสารไปรับรถ กลับเจอถูกถอดอะไหล่เกลี้ยง แถมไม่ได้โดนคันเดียว
(1 ต.ค. 68) น.ส.ณัฐทิชา อายุ 32 ปี นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อสื่อว่าตนได้รับมอบอำนาจจากนายปิยะพงษ์ ให้ติดตามรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึด และนำไปจอดไว้ที่ สภ.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี แต่เมื่อไปติดต่อรับรถกลับพบว่ารถถูกถอดชิ้นส่วนสำคัญออกไป เช่น ชุดล้อพร้อมยาง, ถังน้ำมัน, เรือนหัวฉีดยกชุด, ปั๊มเบรกหน้า, ไฟท้าย, และกล่องไฟ ทั้งๆ ที่ระหว่างนั้นรถอยู่ในความดูแลของตำรวจ
ผู้เสียหายเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดอาญาหลายฐาน เช่น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, การยักยอกทรัพย์, การลักทรัพย์ และการทำให้เสียทรัพย์ จึงเข้าแจ้งความไว้ และต้องการให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการสอบสวนและเอาผิดผู้กระทำผิด พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายและติดตามชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่สูญหายคืน หากพนักงานสอบสวนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะดำเนินการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น รวมถึงยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ต่อมาผู้เสียหายได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เก็บรถยึดไว้ตรวจสอบ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของสถานีตำรวจที่เกิดเหตุ โดยทางผู้เสียหายแจ้งว่ารถได้มีการเคลื่อนย้าย และได้มีการนำอะไหล่บางส่วนมาใส่คืน และที่แปลกผิดสังเกตของผู้เสียหาย พบว่ากล้องวงจรปิดที่ทางผู้เสียหายถ่ายไว้บริเวณจุดจอดรถ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา พบว่ากล้องวงจรปิดได้มีการถอดออกและย้ายไปติดอีกจุดหนึ่ง
นอกจากนี้ในวันที่ตนมาประสานกับทางผู้กำกับโดยได้นำใบแจ้งความไปให้กับทางผู้กำกับดู ซึ่งหลังจากที่ทางผู้กำกับได้ดูใบแจ้งความแล้ว แจ้งตนกลับมาว่าข้อกล่าวหาที่แจ้งมานั้นไม่เข้า ตนอาจจะถูกแจ้งความกลับก็ได้
ทั้งนี้ยังพบว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังดูรถคันแรกอยู่นั้น ได้มีคุณยายเดินทางมาจากอำเภอกบินทร์บุรี มาที่สถานีตำรวจดังกล่าว เนื่องจากว่ารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ถูกตรวจยึดมา ผลปรากฏว่ารถคันที่ถูกยึดมาถูกรื้อไฟท้ายหายไปด้วยเช่นกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังตำรวจใน สภ.ดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบกำลังไล่กล้อง ส่วนกล้องบริเวณจุดเกิดเหตุพบว่าได้มีเด็กวัยรุ่นเข้ามาปีนบริเวณรั้วช่วงประมาณเที่ยงคืน ส่วนเรื่องความเสียหายตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กลายเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน เนื่องจากว่ารถอยู่ในการครอบครองของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะต้องรับผิดชอบความเสียหายตามข้อเท็จจริง ส่วนตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




