ล่าโจรเหิม ตีหัว-เชือกรัดคอ ชิงทรัพย์แม่ค้า หวิดดับ!

โจรเหิม ตีหัว-เชือกรัดคอ ชิงทรัพย์แม่ค้าขายกับข้าวรถเร่ หวิดดับ! ตำรวจหาหลักฐาน-ไล่กล้องวงจรปิดเร่งล่าตัว
(20 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.สิษฐวัศ ขัดผาบ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกาย ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี และกำลังฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุ พบร่างหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลที่บริเวณลำคอนอนอยู่กับพื้น ที่มีเลือดไหลและหยดลงพื้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่ง รพ.เจ้าพระยายมราช ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.นัชนก (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี
จากการสอบสวน น.ส.นัชนก เล่าว่า เดินทางมาซื้อของที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เพื่อจะนำไปขาย ซึ่งช่วงที่จ่ายตลาด เงินไม่พอซื้อของ จึงได้เดินกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารใกล้ๆกับตลาด หลังจากกดเงินเสร็จ ก็ได้เดินกลับมาเข้ามาในซอยที่เกิดเหตุ เมื่อถึงกลางซอย จู่ๆก็มีคนร้ายมาทางด้านหลังใช้ของแข็งตีที่ศรีษะ และหลังจนล้มลง จากนั้น คนร้ายได้มากระชากสร้อยคอลูกปัดและกระเป๋าสะพาย ซึ่งในกระเป๋ามีเงินสดอยู่ 9,000 บาท
ตนไม่ยอมและพยายามต่อสู้ จึงถูกคนร้ายใช้เชือกรัดคอ จนมีบาดแผล แล้วพูดข่มขู่ว่า "มีทรัพย์สินมีค่าอะไรส่งมาให้หมด ถ้าขัดขืนตาย" ตนจึงกลัวแล้วถอดแหวนทองคำครึ่งสลึงให้ และคนร้ายยังได้เอากระเป๋าสะพายที่ใส่เงินไปด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งก็พบว่า แหวนทองคำของผู้เสียหาย ตกอยู่ตรงบริเวณใกล้ท่อน้ำทิ้ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับส่งภาพไปให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายยืนยันว่ าเป็นแหวนของตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำส่งคืน
และเจ้าหน้าที่ได้ไล่กล้องวงจรปิด บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 04.02 น. ผู้เสียหายได้เดินผ่านซอยที่มีแสงสว่างเพื่อไปกดเงิน และขากลับได้เดินเข้าอีกซอยหนึ่งที่ติดกับซอยที่เดินผ่าน ซึ่งซอยที่เกิดเหตุนั้นไม่มีไฟส่องสว่าง คาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนพื้นที่ และรู้ช่องทางหลบหนีเป็นอย่างดี ได้มาดักซุ่มรอผู้เสียหายอย่างใจเย็น ก่อนลงมือก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปในความมืด


ด้าน พ.ต.อ.วันชัย ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไปเยี่ยมผู้เสียหาย ซึ่งเป็นแม่ค้าขายกับข้าวเร่ โดยใช้รถกระบะทำเป็นรถพุ่มพวง เร่ขายตามหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณตี 4 เจ้าตัวและสามีได้มาซื้อกับข้าว ตอนเกิดเหตุสามีรออยู่ที่รถ ไม่ได้มาลงมาซื้อของด้วย
หลังเกิดเหตุ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาเส้นทางหลบหนี ขณะนี้ได้นำตัวผู้องสงสัยมาสอบปากคำเบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธ แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจเก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยไว้ ก่อนจะปล่อยตัวไป อย่างไรก็ตาม "ได้กำชับชุดทำงานให้ทำงานด้วยความรอบคอบ ช้าหน่อยไม่เป็นไร แต่ขอให้ได้หลักฐานที่ชัดเจน" เพื่อจะได้จับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




