ชาวบ้านหาอึ่ง เจอทหารกัมพูชากว่า 10 นายรุกเขตแดนไทย ยิงปืนไล่ ต้องทิ้งอึ่งหนีตาย

ชาวบ้านหาอึ่งท้ายอ่างเก็บน้ำ เจอทหารกัมพูชากว่า 10 นายอาวุธครบมือ รุกเขตแดนไทยยิงปืนไล่ ต้องทิ้ง จยย.วิ่งหนีตาย
(9 พ.ค.69) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วย (ทหาร,ตำรวจ,ตชด.,ปค.,ชรบ) ลงพื้นที่พร้อมพาชาวบ้านเข้าไปเอาจยย. 2 คัน ออกมาจากบริเวณอ่างเก็บน้ำสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้าน 2 รายขี่ จยย.ไปหาอึ่ง บังเอิญเจอทหารกัมพูชากว่า 10 นาย อาวุธปืนครบมือ เดินอยู่ในเขตแดนไทย ห่างจากจุดเขตแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 1 กม.
ทั้งคู่ทำทีเดินหลบไปหาจับอึ่งทางอื่น แต่ทหารกัมพูชาได้ยิงปืนไล่ 1 นัด จึงรีบพากันหนีท่ามกลางความมืด ก่อนจะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน โดยทิ้งรถ จยย.เอาไว้ ไม่กล้าย้อนกลับไปเอาเพราะกลัวอันตราย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สามารถนำ จยย.ทั้ง 2 คัน ออกจากจุดที่ชาวบ้านจอดทิ้งไว้ กลับมาบ้านเรียบร้อยแล้ว และพบร่องรอยทหารกัมพูชา ข้ามมาในเขตแดนไทยจริง ขณะที่นายอภิลักษณ์และนายประยูร ที่ประสบเหตุ ยังอยู่ในความอ่อนเพลียและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายอภิรักษ์ เล่าว่า กลุ่มทหารดังกล่าวซึ่งพูดภาษากัมพูชา ตนฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็พยายามอธิบายเป็นภาษาไทยว่า พวกตนมาหาจับอึ่ง และพูดไปว่า "เดี๋ยวจะเดินไปหาจับอึ่งทางอื่นก่อน" กลุ่มทหารก็หันไปพูดคุยกัน พวกตนกึ่งเดินกึ่งวิ่งรีบออกมา และได้ยินเสียงปืนยิงไล่หลัง 1 นัด คาดว่าน่าจะยิงขู่ จึงพากันตัดสินใจปิดไฟที่ใช้ส่องอึ่ง และเทอึ่งที่จับได้กว่า 2 กก.ทิ้งกลางทาง เพราะกลัวอึ่งร้องแล้วทหารกัมพูชาจะรู้ว่าหนีไปทางไหน พากันเดินเท้าหลบหนีราว 4-5 กม.ก่อนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ
"แม้อึ่งจะกิโลกรัมละ 1,000 บาทก็ไม่กล้าไปแล้ว ครั้งหน้าไม่รู้จะรอดชีวิตหรือเปล่า อาจจะถูกยิงหรือถูกจับเป็นตัวประกันก็ได้" นายอภิรักษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ช่วงก่อน 15.00 น. วันนี้ ทาง พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็น “ความเข้าใจผิด” ที่ชาวบ้านระบุว่าเป็นทหารกัมพูชานั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนไทย (อีกกลุ่ม) ที่เข้าไปหาของป่าเช่นกัน แต่พูดภาษาเขมร ซึ่งในพื้นที่ชายแดนมีการสื่อสารด้วยภาษาเขมรกันเป็นเรื่องปกติ กลุ่มผู้พบเห็นเกิดความตกใจ และเข้าใจว่าเป็นทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามา ดังนั้น จึงไม่พบข้อเท็จจริงเรื่อง “การยิงปืนไล่” ตามที่มีปรากฏเป็นข่าว- ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




