พ่อร้องกองปราบ ถูกลูกชายปลอมลายเซ็น ยึดที่ดิน–ทาวน์เฮ้าส์

พ่อร้องกองปราบ ถูกลูกชายรวมหัวทนายและน้องสาว ร่วมกันปลอมลายเซ็น ยึดเอาที่ดิน–ทาวน์เฮ้าส์ มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท
(29 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเที่ยงวันนี้ ที่ บช.ก. "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" พานายสรคม (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี อดีตพนักงานขับรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชาวนครพนม เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ช่วยเหลือกรณีถูกลูกชายแท้ๆ วัย 34 ปี รวมหัวกับอาสาว และเพื่อนที่เป็นทนายความ ปลอมแปลงเอกสารเอาไปโอนทรัพย์สินทั้งหมดของตน ซึ่งประกอบด้วยบ้านทาวเฮ้าส์ 3 ชั้น 19 ตรว. ที่มีนบุรี กทม.และที่ดิน 2-3 ไร่ที่ จ.นครพนม รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จนตัวเองกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว
นายสรคม เล่าว่า เมื่อปี 2567 ได้เตรียมทำตลาดสดที่นครพนม บนที่ดินราว 3 ไร่ ซึ่งตนถมไว้ แต่เมื่อต้องใช้โฉนดไปยื่นติดต่อเทศบาล กลับถูกน้องสาวบอกว่า โฉนดหายไป เมื่อตรวจสอบที่กรมที่ดินจึงพบว่า ที่ดินถูกโอนเป็นชื่อลูกชายเรียบร้อยแล้ว โดยที่เจ้าตัวไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆ
เมื่อทราบเรื่องรู้สึกตกใจ จึงเดินทางไปตรวจสอบทรัพย์สินอีกแห่ง คือทาวน์เฮ้าส์ 21.9 ตารางวา ย่านมีนบุรี กทม.ซึ่งตนซื้อไว้กว่า 30 ปีก่อนให้ลูกชายอยู่อาศัย ผลปรากฏว่า ทาวน์เฮ้าส์ก็ถูกโอนเป็นชื่อลูกชายเช่นกัน โดยไม่เคยรับรู้หรือเซ็นยินยอม

เมื่อทราบเรื่อง จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 29 ส.ค.67 ก่อนจะโอนคดีมาที่ สน.มีนบุรี แต่คดีไม่คืบหน้า เมื่อไปติดต่อกรมที่ดินมีนบุรีก็ถูกปฏิเสธ หามามาสร้างความวุ่นวาย พอไปโรงพักมีนบุรี ก็มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน เพราะย้ายไป สน.อื่น แต่ร้อยเวรที่รับคดีแทนก็ไม่ทำอะไร มองว่า ไม่น่าเชื่อว่าเป็นลายเซ็นปลอม ปัจจุบันตนต้องไปอาศัยบ้านพี่สาวภรรยาที่ จ.นครพนม และใช้เงินเกือบล้านบาท จ้างทนายความสู้คดี แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายสรคม ย้ำว่า ต้องการความยุติธรรมจากตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้พิสูจน์ลายเซ็นที่มีการปลอมแปลงเอาไปสร้างหลักฐานเท็จ โอนที่ดินและทาวเฮ้าส์ทั้ง 2 แห่ง ไปเป็นชื่อลูกชายคนเดียว ที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เพราะภรรยาตาย จนเติบโตเรียนจบปริญญาตรี มีงานทำเป็นผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี
ไม่คิดว่า ลูกจะเนรคุณแอบไปรวมหัวกับอาสาว และเพื่อนสนิทของตนที่เป็นทนายความ ปลอมแปลงเอกสารไปโอนทาวเฮ้าส์ และที่ดินที่ตนเตรียมสร้างตลาด ไปเป็นชื่อของลูกชายคนเดียว เมื่อถามก็ท้าให้ตนซึ่งเป็นพ่อแท้ๆไปฟ้องเอาคืนเองต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมวิงวอนสังคมให้เป็นกำลังใจ เพราะขณะนี้ไม่เหลือที่อยู่อาศัยของตัวเองแล้ว - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




