อดีตแม่ค้าออนไลน์ ส่งสินค้าหลอกเก็บเงินปลายทาง ฟันเงินเกือบ 3 ล้านต่อเดือน

ตำรวจบุกจับแม่ค้าออนไลน์ ยึดเครื่องสำอางกว่า 21,000 ชิ้น -ซื้อรายชื่อลูกค้ามาจากบริษัทขนส่งเอกชน รายชื่อละ 1 บาท ก่อนส่งสินค้าหลอกเก็บเงินปลายทางทั่วประเทศ
(17 พ.ย.68) เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่สนามบาสเก็ตบอล โรงเรียน พล.ต.ท.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผู้กำกับการ สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันตรวจสอบของกลางในคดีพัสดุเครื่องสำอางผิดกฎหมาย หลังสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่บ้าน ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นหญิง 1 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมากที่บรรจุอยู่ในกล่อง กระดาษ ซองพลาสติก และพัสดุที่จ่าหน้าชื่อ-ที่อยู่ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว รวมถึงพัสดุ ที่ถูกตีกลับจำนวนมาก โดยพบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ว่า จ้างพนักงานมาช่วยบรรจุสินค้า แกะของที่ตีกลับและนำส่งใหม่ไปยังรายชื่อสุ่ม ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยมีประวัติซื้อสินค้าออนไลน์จากทั่วประเทศ
การตรวจนับของกลางพบว่าเป็นเครื่องสำอางรวม 21,232 ชิ้น โดยมีเพียง 833 ชิ้นที่จดทะเบียนและติดฉลากถูกต้อง ส่วนที่เหลือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอางเพิ่มเติมหรือไม่
พล.ต.ท.สินเลิศ ระบุว่า ผู้ต้องหา เคยเป็นแม่ค้าขายสินค้าออนไลน์มาก่อน ทำให้มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมากทั่วประเทศ จึงใช้ช่องทางนี้จัดส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ไปยังผู้ซื้อที่คาดว่าเคยซื้อสินค้าออนไลน์มาก่อน

ด้าน พ.ต.อ.ชาตรี เปิดเผยว่า สินค้าที่ส่งไปส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางราคาชุดละเพียง 259 บาท ทำให้เหยื่อจำนวนไม่น้อยหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินปลายทางให้บริษัทขนส่ง ผู้ต้องหาจะไปรับเงินจากบริษัทขนส่งอีกทอดหนึ่ง ขณะที่พัสดุที่ถูกตีกลับ จะถูกนำมาแกะสินค้าออกและวนส่งใหม่ให้รายชื่อลูกค้ารายอื่น
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเงินหมุนเวียนในบัญชีวันละประมาณ 80,000 บาท โดยในช่วงหนึ่งเดือนมีการบรรจุหีบห่อและจัดส่งสินค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละหลายครั้ง เฉพาะวันจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่ามีพัสดุถูกส่งออกไปแล้วมากกว่า 2,000 ชิ้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า ซึ่งมีทั้งที่มี อย. และไม่มี อย. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด




