สาวแพ้พิษตะขาบ สิทธิ์ประกันสังคมขาด ไม่มีเงินรักษา ซื้อยากินเองประทังชีวิต สุดท้ายดับ

สลด! หมอนวดแผนไทยวัย 42 ปี ถูกตะขาบกัดเท้าบวมเป่ง หามส่ง รพ.เอกชนกลางดึก เจอปัดรักษาอ้างสิทธิ์ประกันสังคมขาด-กลัวไม่มีเงินจ่าย สุดท้ายต้องแบกสังขารกลับมากินยาแก้ปวดประทังชีวิต รุ่งเช้ากลายเป็นศพนอนตายตาไม่หลับ แฟนหนุ่มปล่อยโฮคาใจ รพ. ไร้มนุษยธรรม
(5 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (4 มิ.ย.69)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ภายในห้องเช่าซอยอัลลายน์-มาบหิน ซอย 6 หมู่ 6 ตำบลบ่อวิน จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา ร่วมรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักสูงสองชั้น บริเวณชั้นที่ 2 พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนเตียงนอน ทราบชื่อคือ นางอุทัย อายุ 42 ปี อาชีพหมอนวดแผนไทย สภาพศพเริ่มแข็งตัว ปากดำเขียว ขาเกร็ง ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และไม่มีรอยรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้อง มีเพียงบาดแผลรอยตะขาบกัดที่บริเวณหลังเท้าด้านซ้ายจนบวมช้ำ
จากการสอบสวน นายวุฒินันท์ อายุ 27 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในอาการช็อกและโศกเศร้า ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองเข้ากะทำงานเป็น รปภ. ได้รับสายโทรศัพท์จากแฟนสาวว่าถูกตะขาบกัดขณะทำงานอยู่ที่ร้านนวด ตนจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อพาส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบ่อวิน เนื่องจากแฟนสาวบอกว่ามีสิทธิ์ประกันสังคมจากโรงงานเก่า
เมื่อไปถึงได้ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ทำการเช็กสิทธิ์ แต่ปรากฏว่าสิทธิ์ประกันสังคมได้สิ้นสุดลงแล้วเนื่องจากลาออกจากงานมาประมาณ 6-7 เดือน เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจึงแจ้งว่าหากรักษาที่นี่จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แฟนสาวเห็นท่าไม่ดีและไม่มีเงินก้อน จึงแจ้งความจำนงว่าจะไปใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรคที่โรงพยาบาลรัฐแทน แต่เนื่องจากเวลานั้นดึกมากแล้ว ตนจึงตัดสินใจพาแฟนสาวแวะซื้อยาแก้แพ้และยาแก้ปวดที่ร้านสะดวกซื้อมากินบรรเทาอาการไปก่อน จากนั้นพากลับมานอนพักที่ห้อง ส่วนตนก็กลับไปเข้าเวร รปภ. ตามปกติ จนกระทั่งช่วงสายโทรหาแฟนสาวแต่ไม่รับสาย จึงวานให้พี่สาวของแฟนช่วยเข้าไปดู ก็พบว่ากลายเป็นศพเสียชีวิตไปแล้ว
นายวุฒินันท์ กล่าวต่อด้วยความอัดอั้นว่า แฟนสาวมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง และมีอาการแพ้สัตว์มีพิษขั้นรุนแรงอย่างมาก เคยโดนต่อยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว ตนรู้สึกคาใจและติดใจการทำงานของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้มากว่า เหตุใดถึงไม่ยอมให้การรักษาเบื้องต้นหรือให้คำแนะนำที่ดีกว่านี้ ปล่อยให้คนไข้ที่กำลังปวดทรมานต้องเดินกลับออกไปจนมาเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ
ขณะที่ตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงเบื้องต้นว่า คนไข้เดินทางมาช่วงเวลาประมาณ 01.00 - 02.00 น. โดยมีแฟนหนุ่มพามา เจ้าหน้าที่ต้อนรับได้ซักประวัติและพบว่าคนไข้ยังคงถามตอบได้เป็นปกติ มีอาการปวดและเท้าบวมจากการถูกตะขาบกัด เมื่อตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคมของ รพ. พบว่าหมดอายุลงแล้ว ทางญาติจึงเอ่ยปากถามหาโรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่จึงแนะนำโรงพยาบาลปลวกแดง และโรงพยาบาลแหลมฉบังไป จากนั้นแฟนของผู้เสียชีวิตจึงขอบัตรประชาชนคืน โดยระบุว่าจะพาไปใช้สิทธิ์ 30 บาทที่โรงพยาบาลรัฐเอง ก่อนจะพากันเดินออกจากโรงพยาบาลไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อทำการผ่าชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดว่าเกิดจากพิษของตะขาบหรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ก่อนจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




