แม่เลี้ยงตีลูกเลี้ยงตั้งแต่ ป.3! แผลเต็มหลัง-อดข้าวทรมาน พ่อแท้ๆ ไม่ห้าม

ลูกชายวัย 18 ปี โชว์แผลเต็มแผ่นหลัง ถูกแม่เลี้ยงตีมาตั้งแต่ ป.3 อ้างเคยถูกตีครั้งละ 20-30 ที แถมบางครั้งถูกให้อดข้าว ขณะที่พ่อแท้ๆ ไม่เคยช่วยห้าม เพื่อนร่วมงานเห็นบาดแผล หลังสังเกตว่าน้องไม่อยากกลับบ้าน จึงช่วยประสานเพจสายไหมต้องรอดเข้าตรวจสอบ
(27 ส.ค. 69) น้องภู อายุ 18 ปี เปิดโชว์บาดแผลบนแผ่นหลังที่ถูกตีเกือบ 20 แผล เป็นแนวยาวหลายแนวตลอดแผ่นหลัง ก่อนเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและหวาดกลัวว่า ถูกแม่เลี้ยงทำโทษมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
น้องภูเล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากตนเองไม่ค่อยทำงานบ้าน ขณะที่แม่เลี้ยงมักสั่งให้ซักผ้า กวาดบ้าน แต่ยอมรับว่าตัวเองดื้อและไม่ได้ทำตามที่สั่ง จึงถูกแม่เลี้ยงทำโทษด้วยการใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 2 เมตร ความหนาประมาณด้ามไม้กวาด ตีบริเวณแผ่นหลังและเอวครั้งละประมาณ 20-30 ที โดยแม่เลี้ยงมักพูดว่า “รักนะถึงตี” อยู่เสมอ
น้องภูเล่าต่อว่า ตอนเด็กๆ ถูกตีแทบจะวันเว้นวัน จนกระทั่งช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ออกไปบวชเรียนและอาศัยอยู่ข้างนอกเป็นเวลานานประมาณ 3 ปี ทำให้ช่วงนั้นไม่ได้ถูกตี ก่อนจะกลับมาอยู่บ้านอีกครั้งในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย และกลับมาถูกทำร้ายอีกครั้งด้วยเรื่องเดิมๆ ทั้งไม่ทำงานบ้าน รวมถึงเรื่องที่ตนเองมีแฟน เพราะแม่เลี้ยงไม่อยากให้มีแฟน และไม่อยากให้เผลอทำผู้หญิงท้องตั้งแต่ยังเด็กเหมือนพ่อของตนเอง
ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา น้องภูถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ก่อนถูกตีเพียงเพราะกวาดบ้านไม่สะอาด โดยครั้งนี้เปลี่ยนมาใช้ไม้แขวนเสื้อ
น้องภูบอกว่า ตลอดเวลาที่ถูกแม่เลี้ยงตี พ่อแท้ๆ ไม่เคยเข้ามาช่วยห้าม บอกเพียงว่าหากตนเองทำผิดก็ต้องถูกทำโทษ ขณะที่ตัวเองก็ไม่กล้าติดต่อแม่แท้ๆ เพราะพ่อบอกว่าแม่แท้ๆ เป็นคนไม่ดีและไม่ได้รักตนเองแล้ว
นอกจากถูกทำร้ายร่างกายแล้ว บางครั้งยังถูกลงโทษด้วยการให้อดข้าว แต่ตนเองไม่เคยคิดต่อสู้หรือขัดขืน และไม่เคยคิดทำร้ายตัวเอง เพราะเหตุผลเดียวที่ยอมอดทนมาตลอดคืออยากดูแลพ่อแม่และเป็นห่วงพ่อแม่
ปัจจุบันน้องภูเรียนจบ ม.6 และจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. พร้อมกัน มีความตั้งใจอยากทำงานหาเงินเพื่อเรียนต่อ
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วน้องภูไม่ได้เดินทางมาร้องเพจด้วยตัวเอง แต่ทำงานอยู่ที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในย่านสายไหม โดยเจ้าของโรงงานและเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะน้องมาทำงานแล้วไม่อยากกลับบ้าน มักจะอยู่ทำงานจนถึงประมาณ 20.00-21.00 น.
กระทั่งวันหนึ่ง น้องภูเกิดอาการคันบริเวณบาดแผลที่หลัง เมื่อถลกเสื้อขึ้นเพื่อเกา เพื่อนร่วมงานจึงเห็นบาดแผลเต็มแผ่นหลัง จึงพาไปให้เจ้าของโรงงานดู
ช่วงแรกน้องภูไม่กล้าบอกความจริง อ้างว่าถูกคนข้างบ้านตี และคนข้างบ้านจ่ายเงินทำขวัญให้แล้ว 5,000 บาท จึงไม่อยากเอาเรื่อง แต่ด้วยความสงสัย เจ้าของโรงงานจึงประสานมายังเพจสายไหมต้องรอดให้ช่วยตรวจสอบ
หลังพูดคุยกับน้องและสอบถามถึงสาเหตุอย่างละเอียด ไม่นานน้องภูก็ยอมรับว่า คนที่ทำร้ายไม่ใช่เพื่อนบ้าน แต่เป็นคนในครอบครัว
นายเอกภพ ระบุอีกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบบาดแผลทั้งร่องรอยเก่าและใหม่ บริเวณใบหน้า ลำคอ และแผ่นหลัง พร้อมระบุว่าน้องภูเป็นเด็กเรียนดี ได้เกรดเฉลี่ยถึง 3.80 โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้ระดับเกรด 4 ทั้งหมด ถือเป็นเด็กที่มีความสามารถ แต่ขาดโอกาส
นายเอกภพมองว่า การทำร้ายในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่การตีเพื่อสั่งสอน แต่เข้าข่ายการทารุณกรรม และน้องอยู่ในสภาวะที่ไร้ที่พึ่ง เพราะปู่ย่าตายายเสียชีวิตหมดแล้ว
หลังจากนี้จะพาน้องภูเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบว่าแม่เลี้ยงเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ก็จะดำเนินคดีกับแม่เลี้ยง แต่หากตรวจสอบพบว่าพ่อแท้ๆ มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำผิดด้วย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน




