"เจ๊ลัด" อดีตเมียกำนันเขมร ถอยรถไถพ้นที่พิพาท 90 ไร่ ลั่นพร้อมสู้ตาม กม.

ข่าวเวิร์คพอยท์
"เจ๊ลัด" อดีตเมียกำนันเขมร ถอยรถไถพ้นที่พิพาท 90 ไร่ ลั่นพร้อมสู้ตาม กม.

"เจ๊ลัด" อดีตเมียกำนันเขมร ถอยรถไถพ้นที่พิพาท 90 ไร่ ลั่นพร้อมสู้ตาม กม. ลั่นวาจา ถ้าชนะยกให้คนละไร่

(26 มิ.ย. 69) ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่าง นางทองลัด หรือ "เจ๊ลัด" อดีตภรรยาของกำนันรี ทหารกัมพูชา กับชาวบ้านในพื้นที่รวม 8 ราย ซึ่งปัจจุบันคดีความยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ล่าสุด เจ๊ลัดได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะแย่งที่ดินของใคร และพร้อมยอมรับคำพิพากษาของศาลไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร

ก่อนหน้านี้ ทุกฝ่ายได้มีการประชุมร่วมกันโดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ให้ทุกฝ่ายยุติการเข้าใช้ประโยชน์หรือทำกินในพื้นที่พิพาทเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าและลดความขัดแย้งในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เจ๊ลัดพบว่ามีชาวบ้านนำรถไถเข้าไปปรับพื้นที่ระหว่างข้าวในแปลงที่ยังอยู่ระหว่างการพิพาท ตนจึงได้นำรถไถเข้าไปปรับพื้นที่เพื่อเตรียมหว่านข้าวเช่นเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า เมื่ออีกฝ่ายสามารถเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ได้ ตนเองก็ควรมีสิทธิ์เช่นเดียวกัน เพราะยังไม่มีคำตัดสินของศาลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของฝ่ายใด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยระหว่างคู่กรณี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาไกล่เกลี่ย ขอให้ทุกฝ่ายยุติกิจกรรมในพื้นที่และปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมที่ให้รอคำพิพากษาของศาล ภายหลังการพูดคุย เจ๊ลัดยินยอมนำรถไถออกจากพื้นที่โดยไม่มีเหตุบานปลาย พร้อมกล่าวติดตลกเพื่อสร้างบรรยากาศว่า "ถ้าศาลตัดสินว่าที่ดินเป็นของเจ๊ เจ๊ลัดจะยกให้ชาวบ้านทุกครัวเรือน คนละ 1 ไร่เลย" ก่อนหัวเราะและขับรถออกจากพื้นที่บริเวณถนนศรีเพ็ญ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีการปะทะหรือใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด

เจ๊ลัดกล่าวยืนยันว่า พื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทจริงมีประมาณ 90 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย โดยย้ำว่าไม่เคยมีความคิดจะยึดเอาที่ดินของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง แต่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าตนเองก็ทำกินในพื้นที่นี้มานาน เมื่อเกิดข้อพิพาทและมีการอ้างสิทธิ์ซ้อนกัน ก็จำเป็นต้องปล่อยให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย และสิ่งที่อยากเห็นคือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่การเผชิญหน้าหรือสร้างความขัดแย้ง เพราะทุกคนล้วนเป็นคนไทยเหมือนกัน ทั้งนี้ เจ๊ลัดยอมรับว่ารู้สึกน้อยใจการนำเสนอข่าวของสื่อบางสำนักที่นำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว จนทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงอยากขอความเป็นธรรมให้สื่อนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน

ภายหลังการเจรจา เจ้าหน้าที่ได้ย้ำให้ทุกฝ่ายรอคำพิพากษา และขอความร่วมมือทั้งสองฝ่ายให้หยุดดำเนินกิจกรรมในพื้นที่พิพาท พร้อมระบุว่าหน่วยงานรัฐไม่สามารถตัดสินแทนศาลได้ จึงต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คู่กรณีต่างแยกย้ายออกจากพื้นที่โดยไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง