กระบะเก่าพุ่งออกซอยเหินข้ามเกาะกลาง โดนรถบรรทุกสวนทางมาชนเต็มแรง ร่างกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตคาที่

ลูกเมียเศร้า! พ่อวัย 65 ปีขับรถกระบะเก่าพุ่งออกซอยเหินข้ามเกาะกลาง โดนรถบรรทุกสวนทางมาชนเต็มแรง ร่างกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตคาที่
(27 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุสลด ช่วงก่อนเที่ยววันนี้ โดยภาพจากกล้องวงจรปิด ของรถบรรทุกหกล้อคันเกิดเหตุ จับภาพได้ในขณะที่คนขับ กำลังขับมาบนถนนอ่อนนุช-เทพราช จนมาถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 13 ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ปราฏว่า จู่ๆมีรถกระบะสีขาวคันหนึ่ง ขับพุ่งออกมาจากซอยฝั่งตรงข้าม ชนเกาะกลางถนน จากนั้นเหินข้ามเกาะกลาง พุ่งใส่หน้ารถฝั่งขวาของรถบรรทุกคันติดกล้องอย่างจัง จนถูกชนกระเด็น
หลังเกิดเหตุ คนขับรถบรรทุกคันติดกล้อง จึงรีบชะลอความเร็วแล้วจอดรถข้างทาง เพื่อลงมาดูคนขับรถกระบะคันดังกล่าว ซึ่งพบว่า กระเด็นออกมาจากตัวรถและนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมาช่วยเหลือ

หลังเกิดเหตุไม่นาน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางถึงที่เกิดเหตุและพบว่า คนขับรถกระบะไม่มีชีพจร จึงช่วยกันทำ CPR ก่อนจะประสานขอรถจากโรงพยาบาลบางบ่อ เข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตชายคนขับรถกระบะเอาไว้ได้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยทราบชื่อต่อมาคือ นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ โดยหลังเกิดเหตุไม่นาน ทางด้านครอบครัวพากันมาดูที่เกิดเหตุ ถึงกับทรุดลงร้องไห้ด้วยความเสียใจ
ด้าน พ.ต.ท.จักรี อินศวร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เปร็ง พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชสถาบันรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ โดยมีทางด้านบุตรชายและญาติของผู้เสียชีวิต เฝ้าดูศพผู้เสียชีวิตด้วยความอาลัย

สอบถาม บุตรชายของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า นายสมศักดิ์ ผู้เป็นพ่อ กำลังจะขับรถกระบะคันเกิดเหตุ ออกมาจากบ้านพักที่อยู่ในซอยฝั่งตรงข้าม และห่างออกไปเพียง 2 กิโลเมตร เพื่อจะไปปั๊มน้ำมัน ซื้อน้ำมันมาใส่เครื่องสูบน้ำที่นา ไม่คาดคิดว่า จะมาประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้
ปกติแล้วพ่อขับรถเข้าอกซอยเป็นประจำ และรถคันเกิดเหตุปกติจะไม่ให้พ่อใช้ขับออกมาข้างนอก แต่ใช้งานขนของไปที่นาเฉยๆ ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และพ่อไม่ดื่มสุราหรือมีโรคประจำตัวอะไร คาดว่า รถน่าจะเกิดปัญหาขัดข้องระบบอะไรสักอย่าง จนทำให้พ่อขับรถพุ่งข้ามเลนแบบนั้น

ขณะที่ นายไพรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี คนขับรถบรรทุกคู่กรณี และเป็นคันติดกล้อง กล่าวว่า ตนขับรถมาจากเชียงใหม่ เพื่อจะไปส่งของที่ชลบุรี ระหว่างทางก็ขับมาตามทางปกติ ไม่ได้ขับเร็วอะไร พอมาถึงที่เกิดเหตุเหมือนตนชนอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนนั้นไม่ทันเห็นรถคู่กรณีที่ข้ามฝั่งมา หลังชนเสร็จก็รีบลงมาดูพบว่า ชนกับรถคู่กรณี จึงรีบให้ทางบริษัทเปิดกล้อง ตรวจสอบสาเหตุของการชนในครั้งนี้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างส่งสถาบันนิติเวชรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ พร้อมทั้ง เชิญคนขับรถบรรทุกไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เปร็ง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




