ชาวบ้านโวยวัดดังเมืองกระบี่ตัดต้นไม้อายุร้อยปี

ชาวบ้านโวยวัดดังเมืองกระบี่ตัดต้นไม้อายุร้อยปี ด้านวัดแจงตัด 3 ต้นหวั่นล้มทับ ยันไม่ได้นำไปขาย พร้อมปลูกทดแทน
ชาวบ้านโวยวัดดังเมืองกระบี่ตัดต้นไม้อายุร้อยปี ด้านวัดแจงตัด 3 ต้นหวั่นล้มทับ ยันไม่ได้นำไปขาย พร้อมปลูกทดแทน
.
(27 ก.ค. 69) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในจังหวัดกระบี่ เป็นภาพการตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้น ภายในพื้นที่สวนป่าของวัดดัง ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีเขียวและเสมือนปอดกลางเมือง ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ โดยมีการตั้งข้อสงสัยว่าวัดอาจนำไม้ไปจำหน่าย หรือเป็นการทำลายพื้นที่ป่าและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ล่าสุดนายสรัล นิติกรของวัด ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า การตัดโค่นต้นไม้ไม่ได้มีเจตนาทำลายป่า หรือแสวงหาผลประโยชน์จากไม้แต่อย่างใด แต่ดำเนินการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและมีลมพายุ ส่งผลให้กิ่งไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลงมาทับหลังคาโรงจอดรถของหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ติดกับวัดจนได้รับความเสียหาย ทำให้ทางวัดต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
นอกจากนี้ ทางวัดยังมีความกังวลว่า หากปล่อยให้ต้นไม้ที่มีสภาพเสี่ยงดังกล่าวยืนต้นต่อไป อาจเกิดการหักโค่นลงมาทั้งต้น และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน รวมถึงสถานที่ราชการและทรัพย์สินใกล้เคียง จึงมีความจำเป็นต้องตัดโค่นต้นไม้ที่มีความเสี่ยง จำนวน 3 ต้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
นายสรัล กล่าวว่า สำหรับไม้ที่ตัดโค่น ทางวัดไม่ได้จำหน่ายหรือนำไปแสวงหาผลประโยชน์ แต่จะนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ และเตียงนอน เพื่อใช้ภายในวัด สำหรับพระภิกษุสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเลี้ยง รวมถึงใช้รองรับเยาวชนที่เข้าค่ายศึกษาพระธรรมวินัย
ขณะเดียวกัน วัดยังได้ดำเนินการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่เป็นจำนวนหลายร้อยต้น เพื่อรักษาสมดุลของพื้นที่สีเขียวและทดแทนต้นไม้ที่จำเป็นต้องตัดโค่น พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปด้วยความโปร่งใส ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการวัด ซึ่งวัดมีสถานะเป็นนิติบุคคล
ทั้งนี้ ทางวัดขอชี้แจงต่อสังคมว่า การตัดต้นไม้ดังกล่าวเป็นการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินโดยรอบ ไม่ใช่การทำลายป่าหรือการนำไม้ไปจำหน่ายแต่อย่างใด




