กลางวันเป็นพระกลางคืนเป็นโจร ช้ำฉี่ม่วง ค้นกุฏิพบยาบ้า 43 เม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย รวบชายงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์หน้าร้านขายของชำ พบพฤติกรรมสุดแสบคือกลางวันเป็นพระ พอตกกลางคืนสลัดผ้าเหลืองสวมชุดฆราวาสเป็นโจร ออกตระเวนงัดร้านสวัสดิการในโรงเรียน และร้านค้า จำนวน 5 แห่ง บางแห่งเข้างัด 2 รอบ ตรวจฉี่พบมีผลเป็นบวก เข้าค้นกุฏิพบยาบ้า 43 เม็ด

(3 ก.ย. 68) ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ สภ.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ออกตรวจในพื้นที่ ได้พบนายศุภัชชัย หรือเกม อายุ 20 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) มีลักษณะท่าทางเหมือนกำลังงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ (ตู้บุญเติม) อยู่หน้าร้านขายของชำของนางคำพันธ์ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เซิม เข้าร่วมทำการจับกุม ขณะที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายศุภัชชัย ได้พยายามขับขี่รถจักรยานปั่นเพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และได้นำตัวมาที่บริเวณตู้เติมเงิน ตรวจสอบพบกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินวางอยู่ใกล้ตู้เติมเงิน ภายในกระเป๋าพบคีมตัดเล็ก 1 อัน ไขควง 3 อันและประแจ 1 อัน 

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เซิม ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่า มีเหตุงัดบ้านเรือนและร้านค้า แล้วเข้าไปลักทรัพย์เป็นเวลาติดต่อกันหลายวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุมีลักษณะการแต่งกายสวมกางเกงขายาวสีดำแถบขาว สวมเสื้อกีฬาบ้างและเสื้อแขนยาวบ้าง แต่ทุกครั้งผู้ก่อเหตุมักจะสวมหมวกสีเขียวลายพรางแบบปกคลุมใบหน้ามิดชิด และสะพายกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินมีขาคีมตัดเหล็กโผล่ออกมาจากกระเป๋า โดยพฤติกรรมในการก่อเหตุ คือมักจะก่อเหตุในเวลากลางคืนช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. – 04.00 น. ทรัพย์สินที่ได้ไปจะเป็นเงิน โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และซิมโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.ท.ศิริพงษ์ พหลชัยชูพงศ์ สารวัตรใหญ่ สภ.เซิม จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและชุดสายตรวจ สภ.เซิม จึงได้ร่วมกันประชุมวางแผน เพื่อดักซุ่มรอผู้ก่อเหตุ ตามร้านค้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจจะทำการก่อเหตุอีกครั้ง พร้อมกับให้ชุดสายตรวจทำการตรวจตราภายในพื้นที่ให้บ่อยครั้งขึ้น จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องหากำลังก่อเหตุ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้

สอบถามนายศุภัชชัย ยอมรับว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการงัดแงะร้านค้าเพื่อเข้าไปลักทรัพย์ เงินที่ได้ก็จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ และนายศุภัชชัยยังได้ให้การว่า ปกติตนจะบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลเซิม แต่เวลากลางคืนตนจะสวมใส่เสื้อผ้าแต่งกายเป็นฆราวาสออกจากวัดตระเวนงัดบ้านและร้านค้าเพื่อลักทรัพย์ และสารภาพว่าก่อนจะออกมาตระเวนลักทรัพย์ได้เสพยาบ้ามาก่อน อีกทั้งยังมียาบ้าที่เหลือซุกซ่อนอยู่ที่กุฏิภายในวัด สอบถามเจ้าอาวาสยืนยันว่าเป็นพระลูกวัดจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอหมายค้นกุฏิภายในวัดดังกล่าว พบยาบ้าจำนวน 43 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในขวดพลาสติกวางอยู่บนหัวเตียง ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ยังพบทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาขโมยมาอีกหลายรายการ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดพร้อมกับชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันที่ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ ส่วนยาบ้านั้นนายศุภัชชัย บอกว่าซื้อจากวัยรุ่นในหมู่บ้าน ราคาเม็ดละ 22 บาท และจากผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลโพนพิสัย ยืนยันว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ

นายศุภัชชัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้ได้ยอมรับว่าตนก่อเหตุตระเวนงัดบ้าน ร้านค้าเพื่อเข้าไปลักทรัพย์มาแล้ว จำนวน 6 ครั้ง คือที่ร้านสวัสดิการโรงเรียนเซิมพิทยาคม 2 ครั้ง , ร้านสวัสดิการโรงเรียนบ้านเซิม 1 ครั้ง , ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เฝ้าไร่เทเลคอม 1 ครั้ง , ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ช่างเกม 1 ครั้ง และร้านรับส่งพัสดุ 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เซิมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ พนักงานสอบสวน สภ.เซิม จะได้มีการแจ้งเพิ่มหลังสอบปากคำอีกครั้ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลางวันเป็นพระกลางคืนเป็นโจร ช้ำฉี่ม่วง ค้นกุฏิพบยาบ้า 43 เม็ด | Workpoint News