ยังไม่ตอบปาราชิกไหม? “พระอลงกต” ปลอมประวัติตอนบวช

ข่าวเวิร์คพอยท์

ผอ.สำนักพุทธฯ ลพบุรี ยังไม่ตอบเข้าข่ายปาราชิกไหม กรณี “พระอลงกต” แอบอ้างข้อมูลคนอื่นตอนเข้ารับการบวชเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ต้องตรวจสอบก่อน

(25 ส.ค. 68) จากกรณีที่ตกเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าหลวงพ่ออลงกต แห่งวัดพระบาทน้ำพุ ใช้ข้อมูลของ นายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการเกษียณอายุ ในการขอบวชเมื่อปี 2529

ล่าสุด นายวีระ จำลอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกต ว่า โดยธรรมเนียมถ้าจะบวชต้องไปให้ข้อมูลและแสดงตัวพร้อมหลักฐานยืนยันกับพระอุปัชฌาย์ จากนั้นจะทำสัทธิวิหาริก หรือบัญชีผู้บวชใหม่

ส่วนประเด็นการใช้ชื่อผู้อื่น ต้องดูวัตถุประสงค์ว่ามีเจตนาอะไร หากตรวจพบก็จะดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ในวันนี้ประเด็นนี้ยังไม่ค่อยชัดเจน จะต้องให้ผู้เกี่ยวข้องทางทะเบียนราษฎร์ให้ความชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งการกรอกข้อมูลใบสุทธิในอดีตไม่มีให้ระบุเลข 13 หลัก และหากย้อนพูดถึงเรื่องเจตนา การนำข้อมูลคนอื่นมาใช้ ถือว่าไม่บริสุทธิ์ใช่หรือไม่ นายวีระ ตอบเพียงว่า ใช่  

ส่วนขณะที่มายื่นก็ไม่ทราบว่าหลวงพ่ออลงกตมีหลักฐานอะไรมาให้ดู แต่คาดว่าน่าจะมีการยื่นหลักฐาน ประกอบการให้ข้อมูล แต่จะใช้คำว่าผิดพลาดตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามต้องดูการให้ข้อมูลกับพระอุปัชฌาย์ และหากตรวจสอบว่าตั้งใจสวมข้อมูลคนอื่น ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่ต้องปาราชิกเลยหรือไม่ ขอไม่ตอบ

ส่วนมีการใช้เลข 13 หลักไปจัดตั้งกองทุน จะมีความผิดเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ก็ต้องดูว่าใครได้รับผลประโยชน์ และต้องไปดูเจตนาอีกครั้ง ส่วนใบสุทธิของพระที่นำไปใช้ธุรกรรม ก็ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานไหนรับ อีกทั้งในบางครั้งอาจจะมีการนำหลักฐานอย่างอื่นประกอบคู่กัน

ส่วนใบสุทธิใบเก่า ยังไม่ได้เห็นข้อมูลว่ามีการใช้เลขบัตรประชาชนใด แต่จะกลับไปตรวจสอบ ส่วนใบล่าสุดนั้นก็เป็นเลขบัตรที่ลงท้ายด้วย 507 ซึ่งเป็นเลขบัตรประขาขนของนายเกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว ส่วนที่ใช้ชื่อพ่อคนอื่นในใบสุทธิเดิม ดูตั้งใจหรือไม่นั้น ก็ไม่สามารถตอบแทนได้ ต้องไปถามเจ้าตัว เพราะเขาทำประวัติตัวเอง อย่างไรก็ตามใบสุทธิเชื่อว่าคณะสงฆ์ปฏิบัติกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในอดีตอาจจะตกหล่น และกรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีแรกที่สวมชื่อและเลขบัตรประชาชน 13 หลักของผู้อื่น โดยการตรวจสอบนั้นไม่นาน

สำหรับที่นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องสีกา ได้ดำเนินการรายงานไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้นายสุชาติยังได้สั่งการเพิ่มเติมให้รายงานเรื่องการตรวจสอบเลข 13 หลักภายในวันนี้อีกด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่ตอบปาราชิกไหม? “พระอลงกต” ปลอมประวัติตอนบวช | Workpoint News