แม่ใจสลายพาลูกสาววัย 15 ร้อง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี อ้างเจ้าของล้งทุเรียนลวงเข้าม่านรูดอนาจาร

แม่ใจสลายพาลูกสาววัย 15 ร้อง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี อ้างเจ้าของล้งทุเรียนลวงเข้าม่านรูดอนาจาร เหยื่อโผล่เกือบ 20 ราย อายุน้อยสุด 13 ปี ซ้ำเมียสั่งห้ามแจ้งความ
(28 ส.ค. 69) น.ส.อิน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พร้อมผู้ปกครอง มาพบพลตำรวจตรีผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยพันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี, พันตำรวจเอกเสกสรรค์ ศรีเพริศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี, พันตำรวจโท ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลังตกเป็นผู้เสียหายคดีที่เจ้าของแผงทุเรียนหลอกลวงลูกจ้างเข้าม่านรูดกระทำอนาจาร โดยก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย เข้าไปร้องทุกข์กับ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าถูกเจ้าของแผงทุเรียนรายนี้ล่อลวง คุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศหลังเข้าไปสมัครทำงานในระยะเวลาสั้น ๆ เช่นกัน
น.ส.อิน (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า เจ้าของแผงทุเรียนได้มีการโพสต์รับสมัครงานในตำแหน่งเสมียน เมื่อประมาณช่วงเดือนเมษายน 2569 เพื่อทำงานในลักษณะจดน้ำหนักทุเรียน และคิดเงินให้ลูกค้าที่แผงทุเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตนจึงสมัครเข้ามาทำงานหวังที่จะมีรายได้ ซึ่ง น.ส.อิน บอกว่า หลังจากมาทำงาน วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา นายจ้างผู้ก่อเหตุบอกว่าจะพาไปดูสวนทุเรียน เพื่อติดต่อมาจำหน่ายในล้ง และต้องการให้ตนเดินทางไปด้วย เพื่อทำข้อมูลเปรียบเทียบราคา แต่ระหว่างเดินทางผู้ก่อเหตุกลับขับรถยนต์กระบะพาเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และบังคับให้ตนเข้าไปในห้อง ก่อนเริ่มลวนลาม ตนก็พยายามขัดขืน และพยายามกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาแม่ หลังจากนั้นได้มีปากเสียงกัน นายจ้างจึงหยุดลวนลาม และเมื่อมีจังหวะที่นายจ้างเผลอ ตนสบโอกาสได้พยายามถ่ายภาพเก็บหลักฐานไว้ ทั้งภาพโรงแรม ทะเบียนรถนายจ้างที่ขับพามาก่อเหตุ
หลังจากเกิดเหตุตนได้มีการทักข้อความเฟซบุ๊กไปหาภรรยาของนายจ้างผู้ก่อเหตุ เพื่อเล่าเรื่องราวพฤติกรรม พร้อมแนบภาพรถยนต์กระบะ และภาพป้ายโรงแรมที่ถูกผู้ก่อเหตุล่อลวงพามาให้กับภรรยาของผู้ก่อเหตุทราบ แต่เมื่อภรรยาของผู้ก่อเหตุเห็น ได้ตอบกลับว่า “อย่าเพิ่งแจ้งความและกำลังจะเดินทางไปหา”
นอกจากนี้ยังพบแชตของผู้ก่อเหตุพยายามพูดคุยกับผู้เสียหาย หวังเจรจาไม่ให้ผู้เสียหายแจ้งความ อ้างว่าสำนึกผิดแล้ว อยากรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าปัจจุบันหลังมีข่าวเกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุไม่สามารถกลับบ้านได้
ด้านพลตำรวจตรีผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า สำหรับการสอบถามข้อมูลผู้เสียหายวันนี้ พนักงานสอบสวนได้ร่วมสอบพร้อมกับสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน ส่วนฐานความผิดที่จะกล่าวหาได้ในส่วนของผู้ก่อเหตุ จะแบ่งเป็นฐานความผิดในฐานพรากและพาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร และมีการกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่ถึง 18 ปี และกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงความผิดในการทำงาน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ผู้ก่อเหตุน่าจะมีความผิดเข้าข่ายของการกระทำผิดตามมาตรา 26 การกระทำอนาจาร ทำร้ายร่างกาย และจิตใจได้รับการกระทบกระเทือน และผิด พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานตามมาตรา 47 เพราะในระหว่างที่รับเด็กเข้าไปทำงาน มีการให้ทำงานในห้วงที่กฎหมายห้ามไว้ คือ ตั้งแต่สี่ทุ่มถึง 6 โมงเช้า และอาจจะมีความผิดในเรื่องตัวเองเป็นนายจ้างแล้วมีการคุกคามทางเพศด้วย ซึ่งผิด พ.ร.บ. ตามมาตรา 147 ส่วนจะมีรายละเอียดมากกว่านี้จนถึงเรื่องของการผิดตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการค้ามนุษย์หรือไม่ต้องดูอีกที




