"ลูกชาย" เปิดใจอ้างเมาหยิบเกลือปริศนาหวังช่วยแม่ต้มก๋วยเตี๋ยว

"ลูกชาย" เปิดใจอ้างเมาหยิบเกลือปริศนาหวังช่วยแม่ต้มก๋วยเตี๋ยว ทำชาวบ้านร่วงระนาว 12 ราย สสจ.อุดรฯ สั่งแล็บ 3 วันรู้ผล ทต.หนองบัว สั่งปิดร้านทันทีฐานไร้ใบอนุญาต!
(10 มิ.ย. 69) จากกรณีชาวบ้านที่บ้านพรสวรรค์ หมู่ 14 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี พากันล้มป่วยระนาวสิบกว่ารายหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน โดยมีอาการสาหัสจนต้องท่อช่วยหายใจ 4 ราย พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว โดยเจ้าของร้านอ้างว่า ลูกชายได้นำถุงลักษณะคล้ายเกลือที่ได้มาจากลุงเก็บของเก่าขายในหมู่บ้านมาให้ ตนคิดว่าเป็นเกลือปรุงรสจึงเทใส่หม้อน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว จนทำให้ลูกค้า รวมถึงลูกสาวและหลานสาวของตนเองล้มป่วยลงด้วย
ล่าสุด นายหนุ่ย (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ลูกชายเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า "ผมเดินไปเล่นกับลุงวิเชียรเพราะเป็นคนรู้จักในหมู่บ้าน พอเห็นถุงใส่ผงสีขาวก็นึกว่าเป็นเกลือจึงหยิบมาให้แม่ พร้อมบอกว่า 'นี่เกลือนะแม่' ซึ่งแม่ก็เชื่อตามนั้น ยอมรับว่าตอนที่ไปเอาถุงดังกล่าวมาผมมีอาการมึนเมาไปหน่อย แต่ทำไปด้วยความหวังดี อยากทำความดีช่วยแม่แบ่งเบาภาระ ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้เสียใจมาก ส่วนตัวผมเองก็ซดน้ำซุปไปเหมือนกันแต่มีอาการป่วยไม่มากและหายดีแล้ว"

ด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี (สสจ.อุดรธานี) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวพบผู้ป่วยจากอาการอาหารเป็นพิษเข้ารับการรักษาตัวรวมทั้งหมด 12 ราย โดยแยกเป็น วันที่ 8 มิถุนายน 2569 จำนวน 8 ราย แพทย์รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด และวันที่ 9 มิถุนายน 2569 มีผู้ป่วยเข้ามาสมทบเพิ่มอีก 4 ราย แพทย์รับไว้รักษา 2 ราย และอนุญาตให้กลับบ้านได้ 2 ราย
ล่าสุดในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มีผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ขณะนี้ยังคงมีผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีก 8 ราย ซึ่งทั้งหมดพ้นขีดอันตรายในระยะวิกฤตแล้ว และแพทย์ได้ทำการถอดท่อช่วยหายใจออกเรียบร้อยแล้ว ยืนยันยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนวัตถุปริศนาสีขาวคล้ายเกลือนั้น ได้ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 3 วัน

ขณะเดียวกัน สสจ.อุดรธานี ร่วมกับโรงพยาบาลอุดรธานี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอุดรธานี หน่วยบริการสาธารณสุข และเทศบาลในพื้นที่ ได้ดำเนินการสอบสวนโรค เร่งค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ติดตามผู้สัมผัสอาหาร และเก็บตัวอย่างวัตถุดิบส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนที่มีประวัติรับประทานอาหารจากร้านดังกล่าวในช่วงเวลาข้างต้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว เวียนศีรษะ หรือหายใจไม่สะดวก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ทางด้าน นายกำพล ชัยทองดี นิติกรเทศบาลตำบลหนองบัว เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติท้องถิ่น ได้กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการมีหน้าที่โดยตรงในการยื่นขออนุญาตประกอบการกับทางเทศบาล เนื่องจากในเขตรับผิดชอบมีร้านค้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ทั่วถึงในทันที กฎหมายจึงกำหนดให้เป็นหน้าที่เชิงรุกของผู้ประกอบการ
สำหรับกรณีร้านก๋วยเตี๋ยวที่เป็นประเด็นข่าวนั้น จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่าเปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 1-2 ปี แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการยื่นจดแจ้งขออนุญาตประกอบกิจการให้ถูกต้องตามขั้นตอน ทันทีที่ทางเทศบาลทราบเรื่องจึงใช้อำนาจตามกฎหมายออกคำสั่งให้ "ปิดสถานประกอบการดังกล่าวทันที" จนกว่ากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น และเจ้าของร้านต้องมาดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้องจึงจะกลับมาเปิดบริการได้
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการล้อมคอกและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก เทศบาลตำบลหนองบัวได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการรายอื่น ๆ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบร้านอาหารและสถานประกอบการอย่างละเอียดทั่วทั้งเขตพื้นที่รับผิดชอบแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




