“ซูกัส” เดินหน้าแจ้งความ แก๊งโจ๋อิตาลีบนรถไฟฟ้า

“ซูกัส” สาวถ่ายคลิปฟาดฝีปากกับกลุ่มเด็กนักเรียนชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า เดินหน้าเข้าแจ้งความที่ สน.สำเหร่ เพื่อเอาผิดกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ชี้ที่ทำคลิปขอโทษเป็นการขอโทษรวมๆ ไม่ได้ขอโทษตนที่ถูกคุกคาม
(25 ก.ค. 69) จากกรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลี่ยน มาเที่ยวประเทศไทย ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อผู้โดยสารสาวชาวไทยเตือน กลับถูกตอบกลับด้วยถ้อยคำและแสดงกิริยาคำหยาบคาย จนมีปากเสียงกัน ก่อนออกจากขบวนรถไป กลายเป็นที่วิจารณ์แก่ชาวเน็ตไทย ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนชาวอิตาเลี่ยนกลุ่มนี้
.
ล่าสุด “ซูกัส” อายุ 25 ปี ผู้เสียหายที่มีปากเสียงกับกลุ่มนักเรียนดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน. สำเหร่ หลังสอบปากคำเกือบ 5 ชั่วโมง ได้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุนั้นตนเองเพิ่งเลิกงานจึงเดินทางกลับบ้านโดยขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีสยาม จุดหมายปลายทางสถานีบางหว้า เมื่อมาถึงสถานีศาลาแดงก็พบกับกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนจำนวนมาก (48คน) เดินขึ้นขบวนรถ ส่งเสียงดังตั้งแต่ตอนขึ้นรถ จนถึงสถานีช่องนนทรี
.
ตนเองรู้สึกไม่ไหว จึงพูดเป็นภาษาอังกฤษบอกว่า “ช่วยเงียบหน่อยได้ไหม” แต่กลับถูกสวนกลับด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพเป็นภาษาอิตาเลียน และแสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ อย่างหยาบคาย คุกคามทางเพศ และบูลลี่คนเอเซีย ทั้งที่ตนเองตักเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพ
.
ซึ่งในกลุ่มนั้นมีผู้ใหญ่ที่เป็นคนดูแลกลุ่มนักเรียนดังกล่าว แทนที่จะห้ามปรามตักเตือนพวกกันเอง กลับเข้าข้างบอกว่า “ก็คนมากันเยอะขนาดนี้จะให้เสียงเบาได้อย่างไร” ”ขอโทษที่เอาเงินมาให้ประเทศคุณนะ”
.
พอถึงสถานีธนบุรีกลุ่มนักเรียนดังกล่าว ก็เดินลงจากขบวนรถ แล้วยังแสดงอากาศกิริยาหยาบคายอย่างต่อเนื่อง จนขบวนรถออกจากสถานี ซึ่งในวันเกิดเหตุไม่มีผู้โดยสารในขบวนรถคนใดมาช่วยเหลือตนเองเลยแม้แต่คนเดียว ปล่อยให้ตนเองต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าว จนทำให้รู้สึกว่าเราทำผิดใช่ไหมที่ตักเตือนเขาไป
.
จากนั้นจึงตัดสินใจมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนดังกล่าวต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ว่าชาวต่างชาติจะไปอยู่ประเทศใดก็ต้องให้เกียรติและเคารพสิทธิ์กับคนประเทศนั้น
.
ซึ่งหลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวลงในโซเชียล ก็เกิดปฏิบัติการล่าแม่มดกลุ่มนักเรียนดังกล่าวทันที จนต้องมีการทำคลิปออกมาขอโทษกับสิ่งที่ทำไป แต่ตนเองเห็นว่าเป็นการขอโทษประเทศไทยและคนไทยในภาพรวม ไม่ได้มาโทษตนเองซึ่งถูกคนกลุ่มดังกล่าวกระทำ
.
จึงอยากให้มีการขอโทษตนเองที่จริงใจมากกว่านี้ การล่าแม่มดจะไม่มีขึ้นเลย ถ้ารู้จักเคารพสิทธิ์ของคนอื่น ไม่ปฏิบัติตัวเช่นนั้น
.
อีกทั้งยังขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตนเอง แต่ก็อยากฝากเตือนว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง เพราะจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของคนไทยและประเทศไทยด้วย สั่งสอนแค่พอหอมปากหอมคอเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว




