ฉาว! อ.ชายยืมเงิน นศ.ไปเปย์หนุ่ม ต้องร้องอธิการบดีถึงได้คืน

สุดฉาว! อาจารย์ชายยืมเงินนักศึกษาหญิงหลักหมื่น ไปเปย์หนุ่มที่คบหากัน แล้วเหนียวหนี้ ต้องร้องถึงอธิการบดีถึงได้เงินคืน ระหว่างนั้นนักศึกษาหญิงกลับถูกอาจารย์ในคณะคุกคาม ถามจริยธรรมอยู่ที่ไหน วอนมหาวิทยาลัยจัดการ
(28 ก.ค. 69) เกิดเรื่องฉาวขึ้นในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี หลังนักศึกษาสาววัย 20 ปี ออกมาโพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจผ่านโลกโซเชียล กรณีถูกอาจารย์ชาย สอนอยู่เอกภาษาอังกฤษ อายุ 35 ปี ทักแชทขอยืมเงินสดกลางดึกรวมเป็นเงิน 10,000 บาท เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่พอถึงกำหนดกลับบ่ายเบี่ยงและพยายามเลื่อนการคืนเงินมาโดยตลอด จนกระทั่งคุณพ่อต้องเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลกเพื่อช่วยทวงถามแต่ก็ยังถูกเพิกเฉย เดือดร้อนจนต้องทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิการบดีเพื่อขอความเป็นธรรม
.
หลังจากเรื่องร้องเรียนดังกล่าวถึงมือผู้บริหาร ปรากฏว่าอาจารย์หนุ่มรายนี้รีบโอนเงินจำนวน 10,000 บาทคืนให้แก่นักศึกษาสาวทันทีเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เรื่องราวกลับไม่จบลงง่ายๆ เนื่องจากนักศึกษาผู้เสียหายต้องเผชิญกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่และแรงกดดันอย่างหนักจากบุคลากรในคณะเดียวกัน มีการตั้งคำถามและตำหนิเชิงต่อว่าต่อหน้าเพื่อนๆ จนทำให้รู้สึกราวกับตนเองตกเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่ทำถูกต้องตามกฎระเบียบ นอกจากนี้ เธอยังทราบความจริงสุดช็อกว่าอาจารย์คนดังกล่าวได้นำเงินไปเปย์ชายหนุ่มที่อาจารย์คนดังกล่าวคบหาอยู่
.
นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาตกเป็นเหยื่อถูกยืมเงิน รวมถึงมีการเรียกเก็บค่าชีตเอกสารในการเรียนการศึกษาจากเด็กที่เรียนด้วย คนละ 90 บาท ประมาณ 50 กว่าคนเป็นเงินเกือบ 5,000 บาทจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ชีตเอกสารฯเลย และทราบว่ามีอีกหลายห้องที่อาจารย์คนนี้เก็บเงินแบบนี้เหมือนกัน
.
แม้จะได้เงินคืนแล้ว แต่นักศึกษาสาวเปิดใจว่าความรู้สึกเจ็บปวดและบาดแผลทางจิตใจยังคงอยู่ทุกวัน เนื่องจากเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่า 2 เดือนแล้ว แต่กระบวนการสอบสวนและเอาผิดทางวินัยจากทางมหาวิทยาลัยกลับไม่มีความคืบหน้า ผู้ใหญ่ทำได้เพียงบอกให้อดทนรอ ทำให้เธอรู้สึกไร้ที่พึ่งและหวาดระแวงเกรงจะมีผลกระทบต่อการเรียน
.
จากปัญหาที่เกิดขึ้น นักศึกษาสาวจึงตัดสินใจออกมาสะท้อนเสียงผ่านสื่อเพื่อทวงถามหาจริยธรรมและความเป็นธรรมจากผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย โดยวอนให้เร่งตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอาจารย์รายนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำรอยกับนักศึกษาคนอื่นๆ อีก พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระบวนการสอบสวนมีความโปร่งใสและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่




