เจ้าของไร่เชื่อเด็กขอความเป็นธรรม ดลใจมาให้พบศพ
คืบกรณีพบร่างทารกถูกเผาในเตาเผาถ่านกลางไร่อ้อย เจ้าของไร่เชื่อเด็กดลใจให้มาเจอเพื่อทวงความเป็นธรรมให้ตัวเอง ขณะที่ชาวบ้านหวาดผวา ยืนยันช่วงนี้ในหมู่บ้านไม่มีคนท้อง
(18 ส.ค. 68) ความคืบหน้ากรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ชาวบ้านหินฮาว หมู่ 4 ต.โนนฆ้อง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พบศพทารกแรกเกิดถูกเผาอยู่ภายในเตาเผาถ่าน ซึ่งเป็นไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านห่างจากชุมชนประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในเตาเผาถ่านมีร่างทารกแรกเกิด เพศไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากถูกไฟไหม้จนเกือบทั้งร่าง เหลือเพียงบางส่วนที่ยังสามารถเห็นได้ว่ายังมีสายรกติดอยู่ ลักษณะเสียชีวิตจากการถูกเผาไหม้อย่างน่าสลดใจ
ล่าสุดเช้านี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมพร้อมกับนายกัมพล อายุ 33 ปี และนางสาวจารุวรรณ อายุ 35 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของไร่อ้อยและเป็นผู้พบศพ โดยทั้งคู่พาไปยังจุดเตาเผาถ่านซึ่งอยู่กลางไร่อ้อย มีเพิงพักคนงานอยู่ใกล้สระน้ำ
นายกัมพล เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวันที่ 16 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.00 น. ตนและภรรยาลงไปที่ไร่อ้อยเพื่อดักกุ้งในสระน้ำ ระหว่างนั้นเห็นไฟลุกอยู่ที่เตาถ่าน จึงสงสัยว่าใครมาเผาไม้โดยไม่บอกกล่าว เกรงว่าไฟจะลามเข้าพื้นที่ไร่อ้อยรอบข้าง จึงตักน้ำมาดับไฟ แต่สังเกตเห็นกองไฟมีห่อผ้าไหม้เกรียม เมื่อใช้ไม้เขี่ยดู ปรากฏว่ามีชิ้นส่วนคล้ายแขนเด็กทารกตกออกมา ตนจึงตกใจและรีบพาภรรยากลับบ้านเพราะกลัวมาก จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงกลับมาดูอีกครั้งกับเพื่อนบ้าน และยืนยันได้ว่าเป็นร่างทารก ก่อนรีบแจ้งผู้นำหมู่บ้าน ตอนเอาน้ำดับไฟจนเปลวไฟมอดลง ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก เหมือนอยากรู้ว่าข้างในคืออะไร ทั้งที่คิดว่าไม่มีอะไร แต่พอใช้ไม้เขี่ยกลับเจอแขนเด็ก จนคิดว่าน้องอาจดลใจให้เราเจอ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
ด้านนางสาวจารุวรรณ ภรรยา เล่าว่า ช่วงก่อนหน้าที่จะมาพบศพ ทุกอย่างยังปกติ เตาไม่ได้ถูกใช้งาน และมีสังกะสีปิดปากเตาไว้ กระทั่งคืนวันเกิดเหตุเห็นเปลวไฟ จึงให้สามีไปเปิดดูและช่วยดับไฟ ก่อนพบว่าภายในมีห่อผ้าและพบชิ้นส่วนเด็กทารก ยอมรับว่าตกใจและไม่กล้าลงมาไร่อ้อยอีกระยะหนึ่ง โดยคาดว่าเด็กน่าจะเสียชีวิตจากการทำแท้ง เนื่องจากร่างมีขนาดใหญ่ น้ำหนักราว 3-4 กิโลกรัม
ขณะที่บรรยากาศในหมู่บ้านหินฮาวเป็นไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว ชาวบ้านต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ โดยนางอุไร อายุ 58 ปี ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้รับรู้เหตุการณ์จากลูกสาวที่ทำงานโรงพยาบาล รู้สึกตกใจมากที่เกิดเรื่องเช่นนี้ในหมู่บ้าน ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น อีกทั้งไม่เคยเห็นว่ามีใครตั้งครรภ์หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงในหมู่บ้าน จึงคาดว่าอาจเป็นคนจากพื้นที่อื่นนำศพมาเผาทำลายหลักฐาน
นางอุไร กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางที่ไปยังไร่อ้อยนั้นเป็นทางเชื่อมหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านคำหัวช้าง มูลฆ้อง และหินกอง ทำให้มีคนสัญจรผ่านไปมาได้สะดวก ซึ่งอาจเป็นบุคคลจากภายนอกมาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามก็ยังหวั่นใจว่าอาจเป็นคนในพื้นที่ เพราะไม่คาดคิดว่าความโหดร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับชุมชน
ขณะนี้ตำรวจ สภ.บ้านฝาง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




