เปิดคำสารภาพ "ฉลอง " ถูกเมิน-ปมเงิน 11 ล้าน ชักปืนยิง "นายก อบจ.นนท์"

เปิดคำสารภาพ "ฉลอง เรี่ยวแรง" ถูกเมิน-ปมเงิน 11 ล้าน ชักปืนยิง "นายก อบจ.นนท์" อ้างไม่ได้เจตนา
(10 ส.ค. 69) จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี อดีต สส. ยิง นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง ผู้ก่อเหตุ ได้เปิดเผยถึงชนวนเหตุและเปิดใจหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว
นายฉลอง เปิดเผยว่า "ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาอยู่ในสภาพแบบนี้ แล้วก็นั่งอยู่ตรงนี้ ตลอดชีวิตที่อยู่มาไม่เคยขึ้นโรงพัก ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครทั้งนั้น วันนี้ผมก็มาคุยกับเพื่อนในห้อง ซึ่งเพื่อนไม่รับฟัง โดยคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น"
"ตนเป็นคนที่ว่าถ้าหากกับเพื่อนกับฝูงแล้ว ถ้ามีถึงไหนถึงกัน ช่วยได้ช่วย แต่เมื่อยามเราลำบาก จึงมองว่าเราก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ที่ก่อนหน้านี้เราเอาเงินให้ เคสเดียวทั้งหมด 11 ล้านบาท แต่เคสอื่นที่เราเข้าไปช่วยเหลือซึ่งตนก็ไม่ได้คิด ยังมีเคสอื่น ๆ 6 ล้านบ้าง 15 ล้านบ้าง ตนก็ไม่ได้คิดอะไร ช่วยเพราะด้วยความเป็นเพื่อนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้บาทเดียวก็ไม่เคยขอ ทำบุญบ้าน ทำธุรกิจ ไม่มีเงินตนก็ช่วยเหลือ ช่วยมาทั้งชีวิต"
นายฉลอง ระบุต่อว่า "กระทั่งตนป่วยโรคเลือดหนืดเมื่อ พ.ศ. 2554 รักษามาถึงทุกวันนี้ ซึ่งทุกวันนี้ตนก็ไม่ได้มีรายได้อะไร เราก็พอรู้ว่าเขามีแล้ว จึงโทรศัพท์ไปหาเขา บอกว่าตนมีเรื่องที่ต้องคุยกับพี่ อยากจะให้พี่ช่วยผมบ้าง พี่ช่วยได้ไม่ได้ก็มาคุยกัน เงินสดตรงนี้ที่ผมจด ที่ผมเอาไปให้พี่"
นายฉลอง ยังกล่าวอีกว่า "กระทั่งตำแหน่ง สส. คุณยังขอผม ผมก็ให้คุณ ผมมีอะไรบ้างที่ไม่ให้เขา พอผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาโมโหผม ผลักอกผม บอกให้ไปขอ สส.ณรงค์ จะไปขอได้ยังไง เพราะพี่เป็นคนบอกให้ผมไปสละสิทธิ์ พี่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ พี่ไม่มีพี่จะผ่อนยังไงให้ผมกับลูกยังไงก็ได้ ก่อนที่เขาจะผลักตน บอกว่าไม่คุย ไม่คุย เขาก็เดินไป ผมก็เดินตาม ก่อนจะเดินมาถึงรถเขากำลังจะออกไป ตนใช้มือตบกระจก ก่อนที่จะบอกให้มาคุยกับตน แต่ก็ปฏิเสธบอกว่าไม่คุย ไม่คุย ผมก็เลยชักปืนมาบอกว่า 'มึงต้องมาคุยกับกูให้รู้เรื่อง' ซึ่งที่ตนชักปืนออกมาไม่มีเจตนาที่จะยิงเขา แต่พอดีว่ายอดเขาเห็นว่าตนชักปืนออกมา เขาก็หยิบปืนมาส่องทางตน ตนก็เลยยิงไป"
ทั้งนี้ นายฉลอง ได้ขอโทษครอบครัวตัวเองและครอบครัวของคู่กรณี ประชาชนชาวนนทบุรีที่ได้ก่อเหตุลงไป
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป




