หลวงพ่อใช้สายยางฟาดพระลูกวัด ด้านพระลูกวัด รับเสพยา ยินยอมให้ท่านตี พร้อมขอโทษหลวงพ่อ อยากให้เรื่องมันจบ
หลวงพ่อใช้สายยางฟาดพระลูกวัด ด้านพระลูกวัด รับเสพยา ยินยอมให้ท่านตี พร้อมขอโทษหลวงพ่อ อยากให้เรื่องมันจบ ส่วนชาวบ้านรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสยืนยันให้ออกก่อน เพื่อให้ไปรักษาอาการให้ดีขึ้น
(6 ต.ค.68) จากกรณีที่มีคลิปเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังสิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ลงมือทำร้ายพระลูกวัดด้วยการฟาดด้วยสายยางอย่างแรงโดยอ้างว่าทำโทษเพราะจับได้ว่าพระลูกวัดเสพยาเสพติด โดยมีชาวบ้าน ทางออกมาพูดว่าท่านเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมักใช้เสียงตามสายด่าชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าอาวาสออกมาชี้แจงว่ายืนยันไม่ได้ทำร้ายเกินกว่าเหตุและพร้อมให้ตรวจสอบตามกฎหมาย
ล่าสุด ที่สถานีตำรวจภูธรไทรโยค ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวของพระอธิการแมน เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวเข้ามาสอบปากคำหลังจากสอบปากคำเสร็จทางพระแบงค์ ซึ่งเป็นพระที่ถูกทางเจ้าอาวาสทำร้ายได้เดินทางมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับกราบขอโทษหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อเองก็ได้ให้อภัยพร้อมกับพูดว่าเป็นลูกผู้ชายทำผิดต้องยอมรับ
หลังจากนั้นพระแบงค์ ให้ข้อมูลว่า ตอนนั้นหลวงพ่อตีด้วยสายยางรดน้ำ ตนเองยอมรับว่าเสพยาจริง และก็ยอมให้ท่านตีจริง เพราะก่อนหน้านี้เคยคุยกันไว้ว่า หากกลับไปเสพยาอีก จะให้หลวงพ่อตีได้ ตนเองก็ตกลงก็เป็นไปตามคลิปเลยครับ เป็นสัญญาที่เคยให้ไว้
อย่างไรก็ตาม ตนเองยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่าหลวงพ่อตีแรงถึงขนาดนั้น ตนเองคิดว่าจะตีแค่ 3-5 ที พอให้หลาบจำ แต่ก็เข้าใจว่าท่านคงอารมณ์ขึ้น
เมื่อถามว่ารู้สึกโกรธหลวงพ่อตาหรือไม่ ตนเองตอบว่า ไม่โกรธและพร้อมยกโทษให้ตนเองไม่เคยเนรคุณหลวงพ่อเลย คำว่าเนรคุณตนเองไม่เอาแน่นอน
ตนเองยืนยันว่าการมาแจ้งความครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะเอาเรื่องหลวงพ่อ ตนเองมาเพราะอยากขอโทษหลวงพ่อ อยากให้เรื่องมันจบ ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องหรือสมรู้ร่วมคิดกับใครทั้งนั้น ถ้ามีเงินจริง ตนเองคงหนีเข้ากรุงเทพไปแล้ว ไม่มายอมรับแบบนี้หรอกครับ ตนเองบริสุทธิ์ใจจริงๆ
ชาวบ้านรายหนึ่ง บอกว่า วันนี้พวกเรามาเพื่อประท้วงไม่ให้เจ้าอาวาสอยู่ที่วัดต่อไป เรื่องจะสึกหรือไม่สึกเราไม่ว่า แต่อยากให้ท่านไปรักษาตัวให้หายก่อน ถ้าหายดีแล้วจะกลับมาเป็นเจ้าอาวาสอีกก็ไม่มีใครว่า แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าวัด ไม่มีใครทำบุญ เพราะกลัวพฤติกรรมของท่าน
เมื่อก่อนท่านเป็นคนดี มีเมตตา ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ แต่พักหลังพฤติกรรมเปลี่ยนไป ด่าชาวบ้านผ่านเสียงตามสายทั้งวันทั้งคืน ใช้คำหยาบแรงมาก จนบางคนเครียดและนอนไม่หลับ
อาการของท่านเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่ท่านทำร้ายพระลูกวัดรูปแรก ตั้งแต่นั้นมาก็จะด่าวันหนึ่งสองสามครั้ง วันพระญาติโยมมาทำบุญก็ยังด่า เหมือนประจานกันออกไมค์ พวกเราไม่มีใครกล้าเข้าไปคุยกับท่าน มีแต่แจ้งผู้นำหมู่บ้านให้ช่วย แต่เรื่องก็ยังเงียบ จนมามีเรื่องเมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม
ส่วนเรื่องที่ท่านทำร้ายพระลูกวัดเพราะเสพยา เราเพิ่งมารู้ตอนเห็นคลิปวันนั้น ส่วนเรื่องเงินวัดที่หายไป ท่านก็ประกาศเองในวันพระว่าห้องโดนงัด แต่กลับไม่แจ้งความ บอกแค่ให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านแทน คนเลยสงสัยว่าเงินหายจริงหรือไม่ เพราะโทรศัพท์ที่วางไว้คู่กันกลับไม่หาย
ตอนนี้ไม่มีใครศรัทธาแล้ว จะสึกหรือไม่สึกก็ไม่เอา ขอให้ท่านไปอยู่ที่อื่น และไปรักษาตัวให้หายก่อน เพราะจากที่เห็นอาการน่าจะเมาทินเนอร์ ตอนเช้ายังพูดดี แต่พอบ่ายๆ เสียงเริ่มเปลี่ยน ลิ้นรัว แล้วก็ด่าตลอดวัน วันละสี่ห้าครั้ง ชาวบ้านอยู่กันไม่ไหวแล้ว
ทางด้านนายยอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บอกว่า ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการเปิดเครื่องเสียงด่าทอ และยังมีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นภายในวัด จนกลายเป็นความไม่พอใจของคนในพื้นที่
ทางฝ่ายผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่จึงเข้ามาดูแลสถานการณ์ เพื่อป้องกันความวุ่นวาย พร้อมประสานให้มีตัวแทนชาวบ้านเข้าพูดคุยกับเจ้าอาวาส เพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของชาวบ้าน และเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะให้เจ้าอาวาสอยู่ต่อหรือย้ายออกจากวัด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




