จับแล้ว โจรชิงสร้อยทองลุงในโรงแรม สำนึกผิดร่ำไห้ กราบเท้าแม่ขอโทษ

จับแล้ว โจรชิงสร้อยทองลุงในโรงแรม สำนึกผิดร่ำไห้ กราบเท้าแม่ขอโทษ
(27 ส.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เดินทางมาทำธุระในเมืองอุดรธานี และเข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ โดยลืมล็อกประตูระเบียง เมื่อออกจากห้องน้ำมา พบคนร้ายเป็นชาย ปีนระเบียงเข้ามาขโมยกระเป๋าสะพาย มือถือ และสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 5 บาท กำลังจะหลบหนีจึงได้เข้าแย่งและต่อสู้เพื่อเอาทรัพย์สินคืน ได้กระเป๋าสะพายและมือถือคืน แต่โดนชกปากแตก และคนร้ายได้สร้อยทองวิ่งไปขี่ จยย.หลบหนีไป ซึ่งตำรวจตรวจกล้องวงจรปิด เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน จึงออกสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี เหตุเกิดเวลา 05.30 น. วันที่ 26 ส.ค.68 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ประสารพันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับนายตะวัน หรือ หนึ่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวหมู่ 8 ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมของกลาง สร้อยคำทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง หนัก 5 บาท , รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ทะเบียน XXษ-XX63 มหาสารคาม และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยศรีชมชื่น 1 เขตเทศบาลนครอุดรธานี แจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์”
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเป็นที่สนใจของชาวอุดรธานี และ พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ออกสืบสวนติดตามคนร้าย โดยทราบว่าคนร้ายได้เข้ามาที่อะพาร์ตเมนต์ 2 รอบ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนทราบว่าคนร้ายพักอยู่ที่หอพัก จึงนำกำลังเข้าจับกุม
จากการตรวจค้นพบของกลางสร้อยคอทองคำ และพระเลี่ยมทอง รวมหนัก 5 บาท ซุกซ่อนอยู่ใต้เตียง พร้อมด้วยจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน

นายตะวัน ให้การรับสารภาพว่า ทำงานที่ร้านชาบูแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรานี วันเกิดเหตุได้ดื่มสุราจนเมา แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปหาคนที่รู้จักซึ่งพักอยู่ที่ชั้น 4 โรงแรมที่เกิดเหตุ ไม่นานได้เดินลงมา ชั้นที่ 1 ระหว่างเดินไปที่จอดรถจักรยานยนต์ผ่านห้องผู้เสียหาย และสังเกตเห็นไม่ปิดประตูระเบียง จึงส่องเข้าไปในห้องพบทรัพย์สินวางอยู่โต๊ะ และได้กลับหอพักไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วขี่รถจักรยานยนต์กลับมาที่เกิดเหตุ ก่อนจะปีนระเบียงเข้าขโมยเอากระเป๋า และสร้อยคอทองคำดังกล่าว
หลังจากนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวนายตะวัน ไปที่โรงแรมเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วควบคุมตัวกลับโรงพัก และขณะตำรวจชุดสืบสวน นำตัวส่งเข้าห้องควบคุมโรงพักเมืองอุดรธานี นายตะวัน ได้ร้องไห้โผเข้ากอดนางหนูพิน (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้เป็นแม่ ที่นั่งรอนายตะวันอยู่หน้าห้องขัง ต่างคนต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยนางหนูพินได้พูดปลอบใจลูก ก่อนนายตะวันจะก้มลงกราบเท้าแม่ แล้วเข้าไปในห้องควบคุม - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน


