ฟังไม่ขึ้น! “ไชยชนก” ซัด Meta อ้างทริกหลบ AI ไลฟ์สด 8 ชม.

ข่าวเวิร์คพอยท์
ฟังไม่ขึ้น! “ไชยชนก” ซัด Meta อ้างทริกหลบ AI ไลฟ์สด 8 ชม.

ดีอี ถก Meta ล้างบางไลฟ์อนาจาร แฉกลโกงสลับภาพตบตา AI ปล่อยคลิปฉาวลากยาว 8 ชั่วโมง "ไชยชนก" ซัดฟังคำชี้แจงไม่ขึ้น จ่อแก้กฎหมายบีบแพลตฟอร์มปิดกั้นเร็วกว่า 24 ชั่วโมง ด้านสืบนครบาลเตือนพวกมือไว กดไลก์-แชร์ต่อ เสี่ยงคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน

(25 พ.ค. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ น.ส.คลาร่า โก๊ะ (Clara Koh) Director of Public Policy, Central Southeast Asia & ASEAN ของบริษัท Meta, ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการไลฟ์สดอนาจารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

นายไชยชนก เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากกรณีที่มีการไลฟ์สดอนาจารผ่าน Facebook ทาง Meta ชี้แจงว่าระบบ AI มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเนื้อหาผิดกฎหมายได้ถึงร้อยละ 95 ส่วนอีกร้อยละ 5 ที่หลุดรอด เป็นเพราะกลุ่มผู้กระทำความผิดใช้เทคนิคหลบเลี่ยงอัลงอริทึม หรือที่เรียกว่า "Benign Content" ด้วยการสอดแทรกเนื้อหาปกติสลับกับการทำอนาจาร เช่น ตัดสลับภาพคนนั่งพูดคุย หรือการสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ทำให้ระบบตรวจจับได้ยาก

"เบื้องต้นผมยังรับฟังคำชี้แจงนี้ไม่ขึ้นทั้งหมด เพราะคลิปดังกล่าวมีความยาวหลายชั่วโมง จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดการทำงานของระบบและอัลกอริทึมเพิ่มเติม ยืนยันว่าตามกฎหมายไทย แพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้อง Take Down หรือปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายภายใน 24 ชั่วโมง ตามประกาศกระทรวงและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 15 ซึ่ง Meta ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าได้ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเห็นว่ากรอบเวลา 24 ชั่วโมงอาจนานเกินไปในปัจจุบัน จึงเตรียมพิจารณาปรับแก้กฎหมายเพื่อบีบให้แพลตฟอร์มดำเนินการปิดกั้นให้รวดเร็วยิ่งขึ้น" รมว.ดีอี กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบการไลฟ์สดอนาจารในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา นานกว่า 6-8 ชั่วโมง จำนวน 3 บัญชี และวันอาทิตย์อีก 2 บัญชี รวมเป็น 5 บัญชี ทั้งหมดเป็น "บัญชีอวตาร" ที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และมีการแนบลิงก์ฟิชชิง (Phishing) เพื่อหลอกดูดข้อมูลหรือเงินของผู้หลงเชื่อ ซึ่งในช่วงที่มีการไลฟ์สดพบว่ามีผู้เข้าชมพร้อมกันสูงถึงหลักหมื่นคน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และมาตรา 15 ต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. กล่าวสำทับว่า หากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการรับรู้ถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมายแล้วแต่ยังเพิกเฉย ไม่ยอมดำเนินการปิดกั้น ก็อาจต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทยด้วยเช่นกัน

วันเดียวกัน เพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ออกประกาศเตือนประชาชนเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือไม่ส่งต่อหรือกระจายข่าวดังกล่าว โดยการกดไลก์ กดแชร์ หรือเผยแพร่ไลฟ์สดอนาจาร อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง