แก๊งวัยรุ่นอ้างเด็กช่าง ขี่รถขวาง-ทุบเบนซ์หรู ถ่มน้ำลายใส่หน้า

แก๊งวัยรุ่นอ้างเด็กช่าง ขี่รถขวาง-ทุบเบนซ์หรู ถ่มน้ำลายใส่หน้า

หัวร้อน! แก๊งวัยรุ่นอ้างเด็กช่าง ขี่รถขวาง-ทุบเบนซ์หรู ถ่มน้ำลายใส่หน้า ขู่ฟ้องเอาเองไม่มีเงินจ่าย

(3 ส.ค. 69) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “อาทิตรา” เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ขณะถูกกลุ่มวัยรุ่นชายและหญิงรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบรถยนต์ Mercedes-Benz ของตนเอง

โดยคลิปแรก บันทึกเหตุการณ์ขณะที่วัยรุ่นชายสวมเสื้อสีฟ้าอ่อน ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมอ้างว่า “กูเด็กราชสิทธิ์ มึงเป็นคว* อะไรเปล่า” จนเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่วัยรุ่นชายคนดังกล่าวจะถ่มน้ำลายใส่เจ้าของโพสต์ ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถยนต์

ส่วนคลิปที่สอง เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นนำรถจักรยานยนต์มาจอดขวางหน้ารถ พร้อมตะโกนท้าทายให้ผู้ที่อยู่ภายในรถลงมาเผชิญหน้า แต่เจ้าของโพสต์ไม่ได้ลงจากรถ กลุ่มวัยรุ่นจึงพยายามเปิดประตูรถ ก่อนจะด่าทอ ท้าทาย ใช้เท้าถีบ และทุบรถยนต์ จนได้รับความเสียหาย

หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์ต่อ และวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด คุณเนย ณัฏฐ์ชนิตว์ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ไปยัง เขตบางแค กทม. เพื่อพูดคุยกับ นางสาวอาทิตรา อายุ 28 ปี เจ้าของโพสต์และผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม ตนเองนั่งมากับแฟนและเพื่อน ขับมาตามถนนศาลายา-นครชัยศรี เมื่อมาถึงบริเวณก่อนถึงมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับอยู่กลางถนนในลักษณะตีคู่กันมา ขับส่ายไปมา และมีการพูดคุยกันระหว่าง 2 คัน ทำให้รถของตนเองไม่สามารถแซงได้ จึงบีบแตรไป 1 ครั้ง จากนั้นผู้หญิงที่ซ้อนท้ายผู้ชายที่ด่าตนเองตามคลิปก็หันมาด่าตนเองด้วยการให้ของลับ และจากนั้นก็เป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ ตนยอมรับว่าเหตุการณ์แรกที่รถจักรยานยนต์ขี่มาประกบรถยนต์ของตนนั้น ตนก็ให้ของลับกลับไปที่ผู้หญิงเช่นกัน แต่ปรากฏว่าฝั่งวัยรุ่นชายหัวร้อน และจากนั้นก็ด่ากราดตนเองตามคลิปที่ปรากฏ พร้อมทั้งถ่มน้ำลายใส่

.

กระทั่งขับรถไปถึงสี่แยกไฟแดงก่อนถึง สภ.พุทธมณฑล คู่กรณีทั้งสองคันจอดรถขวางหน้ารถยนต์ของตน จากนั้นก็ลงมาด่า ท้าทายให้ออกมา และพยายามจะเปิดประตูรถของตน แต่ตนไม่ได้ลงจากรถไปเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย กลุ่มวัยรุ่นใช้มือปัดกระจกมองข้างด้านขวา และใช้เท้าถีบตัวรถจนพังเสียหาย ซึ่งรถยนต์ของตนเอง คือ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe Special Edition เป็นรุ่นพิเศษที่มี 120 คันในไทย และคันของผู้เสียหายเป็นสีน้ำเงินที่มีเพียง 18 คันในประเทศไทย

หลังเกิดการโต้เถียงที่สี่แยกไฟแดงนั้น มีตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และให้ไปเจรจาต่อที่ สภ.พุทธมณฑล เมื่อไปถึงที่โรงพัก กลับพบว่าวัยรุ่นชายที่สวมใส่หมวกกันน็อก เสื้อสีดำ ไม่ได้ตามมาด้วย มีเพียงวัยรุ่นชายเสื้อสีฟ้าอ่อนคนถ่มน้ำลายใส่เท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ที่โรงพัก คู่กรณีก็ยังคงด่าทั้งตนเองและตำรวจ แจกของลับไปทั่ว โดยตำรวจได้สอบปากคำตนเองแยกกับคู่กรณี หลังจากนั้นตนและแฟนกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะฝั่งคู่กรณีอ้างว่าเป็นเด็กช่างของสถาบันราชสิทธิ์ ตนกังวลว่าหากยังอยู่ที่โรงพักในคืนนั้น ไม่แน่ใจว่าฝั่งคู่กรณีจะตามพวกมาเพิ่มหรือไม่ จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านก่อน และคุยกับแฟนว่า ตอนเช้าค่อยเดินทางกลับเข้ามาที่โรงพักเพื่อแจ้งความ

นางสาวอาทิตรา ยังบอกอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนสังเกตดูลักษณะท่าทางของคู่กรณีคล้ายคนเมา พูดวกไปเวียนมา และด่ากราดไปทั่ว ตนกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่เดินทางกลับบ้านนั้น ก็ได้โพสต์เรื่องราวบน Facebook เพื่อติดตามตัวชายเสื้อดำที่หลบหนีไป แต่ปรากฏว่าเมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ไป ชายคู่กรณีที่ถ่มน้ำลายใส่ตนเองได้ทักมาด่า พร้อมนัดหมายให้ออกไปเจอกัน

นอกจากนี้ หลังจากที่ตนเองโพสต์ก็มีคนกลางที่จะเข้ามานัดเคลียร์ให้ ประกอบกับคู่กรณีก็โพสต์ท้าทายชาวเน็ตและนัดให้มาเจอกันที่เพชรเกษม 69 เมื่อไปถึงเพชรเกษม 69 คู่กรณีก็อ้างว่า ตนเองไปถีบคู่กรณีที่ร้านอาหารก่อนเกิดเหตุ ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก และไม่ได้ทำร้ายร่างกายกันมาก่อน แต่บังเอิญเจอกันบนถนนตามคลิปที่ปรากฏเท่านั้น จากนั้นคู่กรณีก็ด่าตนเองและชาวเน็ตที่มาตามนัด จนมีหนึ่งคนไม่พอใจ เพราะคู่กรณีด่าหยาบคายถึงบุพการี ชาวเน็ตคนนั้นจึงเข้าไปต่อยหน้า 1 ครั้ง ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จักชาวเน็ต และไม่ได้ทำร้ายร่างกายคู่กรณีเลย

นอกจากนี้ นางสาวอาทิตรา ระบุอีกว่า คู่กรณีบอกกับตนเองว่าหากอยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องศาลเอาเอง เพราะไม่มีเงิน และจะไม่มีทางขอโทษ ยกมือไหว้ หรือให้กระเช้า ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

สิ่งที่ตนอยากบอกคือ อยากให้ฝั่งคู่กรณีรู้ว่า ต้นเรื่องทั้งหมดเกิดจากที่ผู้หญิงคนซ้อนท้ายคู่กรณีหันมาด่าตนเอง และตนเองตั้งใจจะเปิดกระจกไปด่ากลับ เพราะยอมรับว่าก็มีอารมณ์โมโห ทั้งที่ตั้งใจจะบีบแตรเตือนเพื่อให้ขับรถปลอดภัย แต่ผู้ชายคู่กรณีกลับเข้ามาแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใส่ตนเองก่อน เรื่องจึงบานปลายแบบนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก๊งวัยรุ่นอ้างเด็กช่าง ขี่รถขวาง-ทุบเบนซ์หรู ถ่มน้ำลายใส่หน้า | Workpoint News