เปิดใจ 2 แม่ลูกฮีโร่! โดดชกเบ้าตาโจรชิงสร้อยยายวัย 75 คารั้วบ้าน คนร้ายชักมีดขู่ "กูจะฆ่ามึง" ก่อนซิ่งหนี

ข่าวเวิร์คพอยท์
เปิดใจ 2 แม่ลูกฮีโร่! โดดชกเบ้าตาโจรชิงสร้อยยายวัย 75 คารั้วบ้าน คนร้ายชักมีดขู่ "กูจะฆ่ามึง" ก่อนซิ่งหนี

เปิดนาทีระทึก! สองแม่ลูกพลเมืองดีกระโดดชกเบ้าตาคนร้าย หลังก่อเหตุอุกอาจชิงสร้อยยายวัย 75 ปีก่อนผลักล้มหัวฟาดพื้น เลือดอาบ กระชากสร้อยนากหนี ด้านพลเมืองดีใจเด็ดเข้าตะครุบจนรถโจรล้ม ก่อนถูกชักมีดขู่ฆ่าเอาชีวิต ล่าสุดตำรวจบางบัวทองเร่งล่าตัว

(8 มิ.ย. 69) จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 50–60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์บุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย นางสาวยุพา อายุ 75 ปี หรือ "ป้าเช็ง" ภายในรั้วบ้านพักย่าน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนจะกระชากสร้อยคอนากน้ำหนัก 1 บาท หลบหนีไป โดยระหว่างเกิดเหตุมีสองแม่ลูกพลเมืองดีขับรถผ่านมาเห็น จึงเข้าช่วยเหลือและพยายามจับกุมตัวคนร้าย จนถูกคนร้ายชักมีดสปาร์ตาข่มขู่ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพิชาธร อายุ 29 ปี และนางสาวพัชราภรณ์ อายุ 48 ปี สองแม่ลูกพลเมืองดี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของป้าเช็งที่บ้านพัก หลังแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักฟื้น โดยทั้งสองฝ่ายได้สวมกอดกันด้วยความซาบซึ้งใจ

นางสาวพิชาธร พลเมืองดีใจเด็ด เปิดเผยนาทีระทึกว่า วันเกิดเหตุตนกับแม่กำลังขับรถไปซื้อกับข้าว มองไปเห็นคุณยายล้มอยู่ ตอนแรกคิดว่ามีคนช่วย แต่ได้ยินลูกสาวคุณยายตะโกนว่ามีโจรวิ่งราว ตนจึงรีบจอดรถพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อคนร้ายแล้วชกเข้าที่เบ้าตาไปประมาณ 3 ครั้ง จนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายล้มลง ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหแทนและไม่ได้คิดกลัวเพราะไม่รู้ว่ามีอาวุธ จนกระทั่งช่วงชุลมุนคนร้ายได้ชักมีดขึ้นมาขู่ว่า “กูจะฆ่ามึง” และพยายามจะขี่รถพุ่งชนเพื่อใช้มีดฟัน แต่รถคนร้ายเสียหลักล้มลงอีกครั้ง ตนจึงหลบได้ทัน ทั้งนี้ตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่นิ้วมือ และมองว่าหากคนร้ายไม่มีมีด ตนกับแม่คงจับตัวส่งตำรวจได้แล้ว

ทางด้าน นางสาวยุพา หรือ ป้าเช็ง ผู้เสียหาย ซึ่งยังมีบาดแผลที่ศีรษะและรอยช้ำรอบลำคอ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนยืนรอใส่บาตรอยู่หน้าบ้าน คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วเดินปรี่เข้ามาหาตน พร้อมพูดจาหาเรื่องอ้างว่าตนไปด่าภรรยาของเขา เมื่อตนปฏิเสธ คนร้ายก็ตวาดว่า “ยังจะมาเถียงอีก” ก่อนจะผลักตนจนล้มหัวกระแทกพื้นอย่างแรงจนเลือดอาบ แล้วลงมือกระชากสร้อยคอนากเก่าแก่ที่สะสมมานาน มูลค่าประมาณ 30,000–40,000 บาทไป

ป้าเช็ง ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องโกรธเคืองกับใคร คาดว่าเรื่องด่าภรรยาน่าจะเป็นเพียงข้ออ้างของคนร้ายที่ตั้งใจมาดักปล้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุในช่วงเช้าตรู่ที่ปลอดคน ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้วแต่ยังมีอาการผวา ทั้งนี้รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณสองแม่ลูกพลเมืองดีเป็นอย่างมากที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วย หากไม่มีทั้งคู่ คนร้ายคงหนีไปได้ง่ายกว่านี้ และอยากขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพราะถือเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง