ทะลักเข้าไทยไม่หยุด ภ.5 สกัดยาบ้า 8.6 ล้านเม็ด-ไอซ์เกือบครึ่งตัน
ยาเสพติดทะลักเข้าประเทศไทยไม่หยุด ตำรวจภูธรภาค 5 สกัดยาบ้า 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 450 กก. ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
(1 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5พร้อมด้วย รอง ผบช.ภ.5, ผบก.สส.ภ.5, ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พะเยา และ ลำปาง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญที่พบว่ามีความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติดใช้ห้วงเวลาที่ตอนนี้อนู่ในช่วงของควาวุ่นวายทางการเมือง ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนไทยพม่า เข้ามายังพื้นที่ชั้นในเป้าหมายคือภาคกลาง และทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 4 คดีใหญ่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดคือเชียงราย ลำปาง และพะเยา ได้ของกลางยาบ้ารวม 8 ล้าน 6 แสนเม็ด ไอซ์อีก 450 กิโลกรัม
โดย คดีที่ 1 เป็นผลงานของ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา โดย เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 01.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมกำลังสกัดกั้นยาเสพติด ภายใต้การควบคุมของ พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา สามารถสกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญได้ ที่ด่านตรวจแม่กา อำเภอเมืองพะเยา
โดยตำรวจได้รับการประสานจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ผ่านระบบเอไอ ติดตามรถต้องสงสัยว่าจะมีการเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด เข้าออกในพื้นที่แบบมีนัยยะสำคัญ จนเชื่อว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าส่งต่อเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้มีการวางแผนติดตามและสกัดกั้น
จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง ตำรวจพบรถต้องสงสัย 2 คัน คือรถเก๋งมาสด้า สีขาว ทะเบียนจังหวัดแพร่ ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง และรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียนจังหวัดมหาสารคาม ใช้ลำเลียงยาเสพติด ขับเข้ามายังพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ที่ด่านตรวจแม่กา สามารถจับกุมนายก้องกังวาล อายุ 60 ปี และนายนาถจักษ์ อายุ 47 ปี ทั้งคู่เป็นชาวจังหวัดแพร่ ที่โดยสารมากับรถเก๋งคันนำทาง ส่วนรถกระบะต้องสงสัย พยายามเร่งเครื่องหลบหนีไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามและสกัดจับได้ บริเวณถนนพหลโยธินสายพะเยา–ลำปาง พร้อมควบคุมตัวนายเหรียญทอง อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย คนขับรถ
จากการตรวจค้นภายในรถกระบะ พบยาบ้า จำนวน 16 กระสอบ รวมกว่า 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง ตำรวจจึงควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 ผลงานของ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามายังพื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสกัดกั้นและสะกดรอยติดตาม
จนกระทั่งเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ตำรวจพบรถยนต์นิสสัน สีเทา ทะเบียนเชียงราย ขับเข้ามาในพื้นที่ โดยมีการใช้หน้ากากอนามัยสีดำปิดอำพรางป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่อำพรางตัวอยู่ตามเส้นทาง จึงสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด
ต่อมารถต้องสงสัยได้หยุดจอดข้างทาง ตำรวจจึงเข้าปิดล้อมทั้งด้านหน้า ด้านท้าย และด้านข้าง เพื่อป้องกันการหลบหนี ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้น ภายในรถพบผู้ต้องหา คือ นายลีซัง อายุ 33 ปี ชาวอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นคนขับรถ
จากการตรวจสอบ พบยาบ้า 8 กระสอบ รวมกว่า 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังคนขับ ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 3 เป็นผลงานของ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง คดีนี้เกิดขึ้นเช้ามืดวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ศอ.ปส.ภ.5 สกัดรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพฯ บริเวณด่านสบปราบ จังหวัดลำปาง ตรวจพบยาบ้า 30 แพ็ค รวมกว่า 3 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับที่ดัดแปลงอำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ ภายในตู้ทึบ พร้อมจับกุมนายธราดล อายุ 34 ปี และนายดนัย อายุ 24 ปี
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้เป็นเครือข่ายเดียวกับการจับกุมก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่จังหวัดพะเยา ซึ่งยึดยาบ้าได้ถึง 4 ล้านเม็ด โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกับนาย “ป.” หัวโจกที่สั่งการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนเชียงรายโดยมีพฤติการเดียวกันคือดัดแปลงสภาพรถบรรทุก 6 ล้อ โดยดัดแปลงตู้บรรทุกเป็นช่องลับ และห้องลับ ในการซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาจับกุมในลักษณะเดียวกันนี้ได้หลายคดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รถยนต์อีก 2 คันที่ทำหน้าที่นำทางและคุ้มกันพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตาม จนพบถูกจอดทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟลำปาง และสามารถควบคุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คนบนขบวนรถไฟขาล่องกรุงเทพฯ คือ นายถนอมศักดิ์ นายอดิศร และนางสาวดุษณี รวมผู้ต้องหา 5 คน
ส่วนคดีที่ 4 เป็นผลงานของ สภ.แม่พริก จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ภายในอุโมงค์ X-ray ตรวจค้น พบของกลางไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 450 กิโลกรัม
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับข้อมูลจากสายลับ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงรายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียนเพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและตั้งจุดตรวจสกัดทันที
กระทั่งวันที่ 25 สิงหาคม เวลาประมาณเที่ยงครึ่ง เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยตรงกับที่ได้รับแจ้ง ขณะขับผ่านถนนสายรองบ้านแม่เชียงรายลุ่ม อำเภอแม่พริก แต่เมื่อส่งสัญญาณให้หยุด รถกลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม ก่อนสามารถสกัดรถยนต์ทะเบียนเพชรบูรณ์ได้ พบผู้ต้องหา คือนายสิทธิพล อายุ 25 ปี ชาวอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งมีอาการพิรุธอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพร้อมรถต้องสงสัย มาที่ด่านตรวจแม่พริก เพื่อตรวจสอบด้วยอุโมงค์ X-ray ผลการตรวจพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 15 ใบ ภายในบรรจุไอซ์ถุงละ 30 ก้อน น้ำหนักรวม 450 กิโลกรัม วางซ้อนกันในห้องโดยสาร โดยไม่เกรงกลัวการตรวจค้นของทางเจ้าหน้าที่
ตำรวจภูธรภาค 5 เผยผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดในรอบเกือบ 1 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2568 จับกุมคดียาเสพติดได้มากกว่า 24,000 คดี โดยเป็นคดีทั่วไปกว่า 24,000 คดี และคดีรายสำคัญ 241 คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ทั้งยาบ้ากว่า 257 ล้านเม็ด ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม เฮโรอีน 209 กิโลกรัม เคตามีน 1,840 กิโลกรัม และฝิ่นอีกกว่า 155 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด มูลค่าประมาณ 1,151 ล้านบาท ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่าเป็นผลจากการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้แพร่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ




