"ทนายเกิดผล"ผิดหวังอดีต"พระอลงกต"เคยเตือนเสี่ยงถูกจับฟอกเงิน เชื่อทำเป็นขบวนการ

ข่าวเวิร์คพอยท์

"ทนายเกิดผล" ยอมรับผิดหวัง เหมือนโดนหลอกคล้ายคนอกหัก สับสนแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เห็นภาพลักษณ์ดีช่วยเหลือคนอื่นจนอบอุ่นและประทับใจ ยืนยันก่อนหน้านี้เคยเตือน หากถ้าไม่รีบเคลียร์ เสี่ยงถูกจับฟอกเงิน เชื่อทำเป็นขบวนการ

(26ส.ค.68) เวลา 15.10 น. นายเกิดผล แก้วเกิด หรือ "ทนายเกิดผล" อดีตทนายความวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวภายหลังจากจบรายการโหนกระแสถึงประเด็นที่หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือ "หมอบี" ถูกจับกุมตามหมายจับความผิดตาม ม.147 , 157 และฟอกเงิน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ว่าในช่วงแรกไม่เคยทราบมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อเรื่องวุฒิหรือเรื่องของการใช้ชื่อคนอื่น แต่เคยระแคะระคายและเรื่องที่ดินนั้นเคยได้ยินมานานแล้ว มันมีการตั้งข้อสังเกตตามเพจต่าง ๆ แต่ก็เงียบไป จนกระทั่งมาเป็นประเด็นในครั้งนี้ 

ทนายเกิดผล บอกว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะนำชื่อคนอื่นมาใช้ เราเห็นชื่ออลงกตมาร่วมกว่า 30 ปีแล้ว ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจมาก และรู้สึกสับสนกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เรื่องของทรัพย์สินเงินทองของวัดตนไม่ค่อยแปลกใจ ตนเชื่อว่ามันอาจจะเกิดจากการดำเนินการใช้จ่ายอย่างไม่ถูกต้องได้ แต่เรื่องการแอบอ้างว่าจบจากที่ต่าง ๆ รวมไปถึงการนำชื่อของคนอื่นมาใช้ ตนไม่เคยคิดเลยแล้วก็สับสนมากทำไปเพื่ออะไร ถึงต้องทำไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกัน 

ทนายเกิดผล บอกอีกว่า ระหว่างที่ได้เป็นทนายความให้ ก็รู้สึกเอะใจว่าทำไมต้องใส่ชื่อคนอื่นในการซื้อที่ดิน ทำไมถึงต้องจัดตั้งมูลนิธิจำนวนมากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำถึงวัตถุประสงค์ถึงเหตุผลอะไรมากมาย ส่วนเรื่องอื่นไม่ได้เอะใจ ในขณะที่มีโอกาสอยู่ใกล้ชิด เจอแต่ภาพลักษณ์ที่ดี ท่านพูดหรือทำอะไรท่านก็จะพูดถึงแต่การช่วยเหลือคนเราก็จะรู้สึกอบอุ่นและประทับใจ 

ส่วนคนใกล้ชิดกับหลวงพ่ออลงกต ทนายเกิดผล บอกว่า ไม่ได้สนิทเพียงแต่ว่าไปรู้จักคนเหล่านั้นในวัด เจอกันเพียงเดือนละ 1 - 2 ครั้ง เฉพาะเวลาที่ไปกราบหลวงพ่อ ส่วนฐานะความเป็นอยู่หรืออาชีพตนไม่ทราบเลย แต่เห็นทุกคนเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อในฐานะผู้ใกล้ชิด เวลาไปบิณฑบาตหรือมีคนมาถวายเงินก็จะมีคณะกรรมการนับเงิน ทราบเพียงเท่านี้

กรณีที่มีการโอนที่ดินเป็นชื่อคนอื่น ทนายเกิดผล บอกว่า มันมีการโอนไปก่อนแล้ว มันจึงเป็นการตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องโอนไป จะแก้ไขยังไง 

เมื่อถามว่าได้มีการตักเตือนไหม ทนายเกิดผล บอกว่า มันคงไม่ได้เตือน เพราะมันไม่ทันแล้ว มันเกิดการโอนชื่อไปก่อนแล้ว วันนั้นจำได้อยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อพยายามอธิบายว่าเหตุที่ต้องใส่ชื่อคนอื่น เพราะมีหลายโครงการ มีหลายวัตถุประสงค์จะทำหลายอย่าง ใส่ชื่อวัดหรือมูลนิธิไว้อาจจะทำให้การดำเนินงานหรือกิจการเป็นไปด้วยความยาก 

"ส่วนตัวยอมรับว่ารู้สึกเสียใจและผิดหวัง เหมือนโดนหลอก คล้ายคนอกหัก แต่ก็ยังหลอกตัวเองนะว่าก่อนที่จะโดนจับสักวันหนึ่งท่านจะต้องออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านให้ได้ วันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ ก็ยังทำใจไม่ได้ สิ่งที่เห็นคือคุณงามความดี แต่พอมาเห็นเรื่องใช้ชื่อคนอื่นมาใช้ สับสนมาก งงกับตัวเองเหมือนกัน" ทนายเกิดผล กล่าว 

ทนายเกิดผล บอกด้วยว่า ช่วงที่ตนเป็นทนายก่อนที่จะถอนตัว ตนก็ได้บอกแล้วว่าจะถูกดำเนินคดีและจะถูกจับ ในที่ประชุมและการพูดคุยทางโทรศัพท์กับหลวงพ่อ ตนเคยได้บอกว่าให้รีบออกมาชี้แจงและเอาหลักฐานมา หากบริสุทธิ์ใจก็แสดงมาผิดตรงไหนก็จะได้แก้ปัญหากันไป แต่กลับไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น 

"ซึ่งก็เตือนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อและกรรมการหลายคนจะต้องถูกจับ หากมันเป็นอย่างนี้ มันไม่ได้เกี่ยวว่าผิดหรือไม่ผิด ข้อหาที่หมอบีและคนเกี่ยวข้องมันเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง ละมูลฐานความผิดมันไปเกี่ยวพันกับเรื่องของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งมันจะตามไปถึงเส้นเงินทุกอย่าง ฉะนั้นไม่เคลียร์ตอนนี้ยังไงก็ถูกจับตอนนี้ยังจะดีกว่าตำรวจจะจับกุมผมจะพูดแบบนี้ตลอด" ทนายเกิดผล กล่าว 

ทนายเกิดผล ยังบอกด้วยว่า ตลอดระยะเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมาการรับบริจาค เงินค่อนข้างจะเยอะมากมาย ที่ทนายสัมผัสมา ไม่ทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าต้องมีคนอื่นร่วมด้วย หลวงพ่อทำคนเดียวไม่ได้หรอก 

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ทนายเกิดผล"ผิดหวังอดีต"พระอลงกต"เคยเตือนเสี่ยงถูกจับฟอกเงิน เชื่อทำเป็นขบวนการ | Workpoint News