สืบนครบาล ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงินซื้อทองคำออนไลน์ มูลค่า 4.5 ล้านบาท

สืบนครบาล ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงินซื้อทองคำออนไลน์ มูลค่า 4.5 ล้านบาท ขยายผลค้นห้องพักพบเอกสารนิติบุคคล-บัญชีม้า-ยาบ้า
(23 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. และ พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผู้กำกับสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. และตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน บชน. นำกำลังขยายผลเข้าตรวจสอบที่ชั้น 8 โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
การปฏิบัติการครั้งนี้ ดกิดขึ้นหลังได้รับแจ้งจากศูนย์วอร์รูม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตรวจสอบพบการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ มีการโอนเงินจำนวน 4,500,000 บาท ไปซื้อทองคำ จำนวน 80 บาท ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 คน ที่ไปรับทองคำย่านเยาวราช ได้ให้ข้อมูลว่า มีการเปิดห้องพักแห่งนี้ เป็นที่สั่งการให้ไปกดเงินและรับทอง

จากการเข้าตรวจค้นห้องพักที่ชั้น 8 พบเป็นห้องสูทขนาดใหญ่ มีตราประทับของบริษัทนิติบุคคล 10 บริษัท , เอกสารรับรองการเปิดบริษัท , สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม , โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง , ถุงใส่ทองคำ 3 ถุง , ยาบ้า 10 มัด รวม 1,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้ ยังพบห้องพักที่บริเวณชั้น 7 อีก 5 ห้อง ซึ่งใช้เป็นห้องพักและห้องทำงานย่อยๆ ทั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่จุดนี้ เป็นชายได้อีก 3 คน
สอบปากคำ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ รับว่า ถูกชักชวนผ่านทางแอปพลิเคชั่น เข้ามาทำงานในบริษัทเงินกู้ ที่ถูกเปิดบังหน้าในการรับโอนและกดเงินบัญชีม้า โดยในแต่ละวันจะมีหน้าที่สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงิน และออกไปรับทองตามร้านต่างๆ โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000 ถึง 50,000 บาท ส่วนยาบ้าที่เจอ เขารับสารภาพว่า เสพเองวันละ 10 เม็ด ร่วมกับการดื่มน้ำกระท่อม โดยจะมีผู้จัดหายาเสพติดและอาหารมาให้

พล.ต.ต.วสันต์ รอง ผบช.น. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรูปแบบระงับยับยั้งเงิน ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย เป็นการทำงานเชิงรุก จากเมื่อก่อนที่จะต้องรอให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ แต่ปัจจุบันตำรวจได้เข้ายับยั้งเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้ามาขบวนการนี้ ได้มากกว่า 100 ล้านบาท
สำหรับขบวนการนี้ มีการหลอกลวงผู้เสียหาย 2 คนในพื้นที่ สน.พญาไท และ สน.บางโพ ให้โอนเงินเข้ามาที่บัญชีธนาคารของบริษัทนิติบุคคล ยอดรวมประมาณ 4,500,000 บาท ระหว่างนั้น ทางวอร์รูมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจพบลักษณะการโอนเงินที่ผิดปกติ จึงสั่งเฝ้าติดตามเส้นทางการเงิน พร้อมกับแจ้งให้ตำรวจแต่ละพื้นที่เตรียมเข้าตรวจสอบ
กระทั่งพบว่า เงินจำนวนดังกล่าว ถูกโอนผ่านเข้าแอปพลิเคชั่น ซื้อขายทองคำออนไลน์ ของห้างทองชื่อดัง เพื่อซื้อทองคำรวมน้ำหนัก 80 บาท และเตรียมเดินทางไปรับทองคำจำนวนดังกล่าว ที่ห้างทองย่านเยาวราช ตำรวจชุดสืบนครบาล และชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จึงเฝ้าติดตาม กระทั่งพบหญิง 2 คน เป็นผู้ไปรับทองคำ จึงเชิญตัวมาสอบปากคำที่ สน.จักรวรรดิ ก่อนจะขยายผลมาตรวจสอบที่ห้องพักแห่งนี้ โดยข้อมูลทั้งหมดได้รับแจ้งช่วงเที่ยงที่ผ่านมาและสามารถขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ชุดจับกุมยังไม่ทราบรายละเอียดว่า พฤติการณ์การหลอกลวงผู้เสียหายของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว เป็นอย่างไร เตรียมเรียกผู้เสียหายแต่ละคนเข้าให้ปากคำ โดยในพื้นที่ สน.พญาไท ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความในวันพรุ่งนี้ และที่ สน.บางโพจะเข้าแจ้งความในวันศุกร์นี้ (26 ก.ย.68) เพื่อขยายผลให้ถึงผู้ร่วมขบวนการทุกคน - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
ข่าวที่คล้ายกัน :




