ช่างหล่อท้าพิสูจน์! ยันกรอกทอง 50 บาทไว้ "ข้างใน"

ช่างหล่อทองพระเกศเปิดข้อเท็จจริง! ท้าผ่าพิสูจน์ยันเททองคำไว้ข้างใน ส่วนข้างนอกแค่ทองเหลือง ด้านเจ้าอาวาส เผย จ้างร้านสังฆภัณฑ์หาช่างหล่อ "ทอง 50 บาท" ต่อหน้าคนนับร้อย
(1 พ.ค. 69) จากกรณีที่มี "ลุง" นำยอดพระเกศทองคำน้ำหนักกว่า 50 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ไปตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองแต่กลับพบว่าเป็นทองผสมเพียง 2% ส่วนที่เหลือเป็นสังกะสีและทองแดง จนมีการแจ้งความดำเนินคดีนั้น
ล่าสุด นายวรพจน์ จิตตะธัม อายุ 43 ปี ช่างทองผู้หล่อพระเกศดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงจากจังหวัดกาญจนบุรีว่า เมื่อปี 2559 (ประมาณ 10 ปีที่แล้ว) ในวันพิธีหล่อพระ หลังจากเทองค์พระเสร็จก็ได้ทำการหล่อพระเกศต่อ โดยใช้ทองคำที่ชาวบ้านบริจาคมาประมาณ 50 บาท แต่ปรากฏว่าทองคำจำนวนดังกล่าวเทได้ไม่เต็มพิมพ์พระเกศที่เตรียมไว้ ตนจึงเททองคำลงไปก่อนเพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ แล้วมอบพิมพ์พระเกศชิ้นนั้นให้หลวงพ่อเก็บรักษาไว้ โดยตนนำกลับไปเพียงตัวองค์พระเท่านั้น
นายวรพจน์กล่าวต่อว่า หลังจากแต่งองค์พระที่โรงงานเสร็จ ตนได้ทำพระเกศทองเหลืองขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง (ชิ้นที่ปรากฏในข่าว) แล้วนำกลับไปที่วัดพร้อมเบ้าหลอม เพื่อนำทองคำที่อยู่ในพิมพ์เดิม (ที่เทไม่เต็มในวันงาน) มาหลอมใหม่แล้ว "เทกรอกลงไปข้างในพระเกศทองเหลือง" พร้อมใช้ปูนพลาสเตอร์เทอุดทับไว้ก่อนมอบให้หลวงพ่อ ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไมข่าวถึงออกมาว่าทางโรงหล่อสลับของปลอม จึงอยากให้มีการผ่าพิสูจน์ดูไส้ในว่ามีทองคำอยู่หรือไม่ หากเป็นพระเกศชิ้นเดียวกันจริงๆ
ขณะที่ นายศักดิ์ชัย เถ้าแก่โรงหล่อ ได้ชี้แจงผ่านวิดีโอคอลยืนยันว่า ไม่ได้นำทองคำกลับมาที่โรงงาน เมื่อเททองเสร็จก็มอบให้ทางวัดทันที และตนไม่ได้หลบหนีไปไหน เพียงแต่เดินทางมาทำงานที่ต่างจังหวัดเท่านั้น
ด้านพระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชม เปิดเผยเบื้องหลังดราม่าทองหาย ระบุว่าเมื่อปี 2559 ทางวัดได้จ้างร้านสังฆภัณฑ์แห่งหนึ่งในเมืองปทุมธานี ให้จัดหาทีมช่างหล่อทองมาดำเนินการ โดยในวันพิธีมีการเททองคำน้ำหนัก 50 บาท ลงในเบ้าหล่อต่อหน้าประชาชนจำนวนมากอย่างเปิดเผย
หลังเททองเสร็จ ได้เก็บพระเกศมาลาไว้ในกุฏิ 2 คืนเพื่อให้เย็นตัว ก่อนที่ทีมช่างหล่อ 10 คน (ซึ่งวัดไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว) จะขอรับกลับไปตกแต่งและเจียระไนเพิ่มเติมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำมาส่งมอบคืนให้วัด เจ้าอาวาสยันไม่เคยติดต่อช่างกลุ่มนี้โดยตรง มีเพียงร้านสังฆภัณฑ์เป็นตัวกลาง ซึ่งปัจจุบันร้านดังกล่าวปิดกิจการและย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว
ล่าสุด เจ้าอาวาสได้นำพระเกศมาลาเจ้าปัญหาออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน พบมีน้ำหนักมากแต่ผิววัสดุหม่นเก่า ก่อนจะส่งมอบให้ "นายนคร คันธอุลิส" เจ้าภาพผู้บริจาคทองคำมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นหลักฐานออกรายการข่าวชื่อดัง เดินหน้าทวงความยุติธรรมและตามหาตัวกลุ่มช่างหล่อมาพิสูจน์ความจริงต่อไป




