ผบ.เรือนจำพัทยาเผย "ป๋อง" ไร้เครียด พบประวัติเคยยกพวกตีผู้ต้องขังจนโดนย้าย

ผบ.เรือนจำพัทยาเผย "ป๋อง" ไร้เครียด พบประวัติเคยยกพวกตีผู้ต้องขังจนโดนย้าย รับเลื่อนชั้นโทษยาก
(3 ส.ค. 69) นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับนายป๋อง และพวกรวม 4 คน หลังศาลฯ ยกคำร้องขอประกันตัวชั่วคราว และถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมายังเรือนจำ ก็จะเข้าสู่แดนแรกรับและแยกกักโรคคนละ 5 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 6 สิงหาคมนี้ หลังจากนั้นจะให้เข้าไปอยู่แดน 5 ซึ่งเป็นแดนแรกรับของเรือนจำ และเป็นแดนสำหรับผู้ต้องขังที่รอศาลฯ พิพากษา โดยจะจำแนกให้เข้ากองงานตามความสามารถหรือความสมัครใจ
จากการสังเกตพบว่าผู้ต้องขังทุกคนดูปกติ สามารถกินได้นอนหลับ ไม่มีอาการเครียดให้เห็น โดยเฉพาะนายป๋องที่ดูนิ่งเฉย และไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งเข้าใจว่าเคยอยู่ที่นี่มาก่อน แต่อย่างไรก็ตามทางเรือนจำได้มีการจัดพยาบาลดูแล เนื่องจากเจ้าตัวมีบาดแผลก่อนเข้ามาสู่เรือนจำ พร้อมทั้งให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างสูง
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายป๋อง เคยเข้าออกเรือนจำแห่งนี้ 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด ต้องโทษในคดีพยายามฆ่าผู้อื่น และก่อเหตุยกพวกรุมทำร้ายผู้ต้องขังคนอื่น จนโดนสั่งย้ายไปเรือนจำกลางระยองเมื่อปี 2564 ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ซึ่งในครั้งนี้ทางเรือนจำจะเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นอีก ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการที่เข้มงวดแต่ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ค่อนข้างน้อย ยากที่จะดูแลได้ทั่วถึง
ส่วนกรณีเรื่องการปรับระดับชั้นโทษ ในคดีอุกฉกรรจ์แบบนี้และมีพฤติกรรมซ้ำซาก ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เมื่อเข้ามาจะอยู่ในระดับชั้นต้องปรับปรุงมาก ใช้เวลา 2 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สอบเลื่อนชั้นสู่ระดับปรับปรุง จากชั้นระดับปรับปรุงไปสู่ชั้นกลางต้องใช้เวลา 2 ปี ซึ่งผู้ต้องขังถ้าหากประพฤติตนดี ไม่กระทำผิดวินัยเรือนจำ ก็ไม่สามารถที่จะกดให้ผู้ต้องขังอยู่ในระดับชั้นเดิมได้เพราะจะถือว่าผิดกฎกระทรวง
ส่วนเรื่องการติดกำไล EM จะขึ้นอยู่กับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ในแต่ละเรือนจำว่ามีการยื่นคำร้องขอไปที่ศาลฯ ให้เล็งเห็นตรงส่วนนี้หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวขอไม่พาดพิงในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตาม ทางผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยาทิ้งท้ายว่า ขอสังคมภายนอกให้โอกาสเฉพาะคนที่สมควรได้รับ เพื่อป้องกันผู้ก้าวพลาดกลับไปทำแบบเดิมซ้ำ ส่วนบุคคลที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำซากและไม่กลับตัวเป็นคนดีต่อสังคม ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงในการใช้ชีวิตร่วมกัน




