สกัดยึดยาไอซ์ 336 กก. รวบผู้ต้องหา 3 ราย

สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด ตรวจยึดยาไอซ์ 336 กก. รวบผู้ต้องหา 3 ราย
เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 22 ส.ค.68 ที่บริเวณศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อม พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร , พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร , พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรสาคร และ ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาไอซ์ จำนวน 336 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
โดยก่อนจับกุม พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร , เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า ได้มีขบวนการขนยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยจะลักลอบขนยาเสพติดเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน XX1-XX94 ราชบุรี เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ cab สีบรอนซ์ ทะเบียน XXห-XX24 กรุงเทพฯ เป็นยานพาหนะ สำหรับวิ่งนำรถบรรทุกคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สะกดรอยติดตามเพื่อจับกุม

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนพบรถบรรทุกดังกล่าว ที่บริเวณปั๊ม ปตท.ริมถนนสายเอเชีย ม.3 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้แสดงตัวให้นายสุวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นคนนั่งมาในรถ และนายวิเชียร (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี คนขับ ให้ได้ทราบก่อนทำการตรวจค้น พบยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 336 กิโลกรัม
ต่อมา เวลาประมาณ 11.15 น. พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ คันดังกล่าว ที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 7 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้เข้าไปควบคุมตัวนายกดิษฐเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นคนขับขี่
สอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ทราบว่า เป็นชาวราชบุรี ให้การว่าพวกตนได้รับการว่าจ้าง จากเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ให้ทำหน้าที่ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ลักลอบขนยาเสพติดเดินทางไปส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อนำส่งยาไอซ์สำเร็จ จะได้รับเงินประมาณ 300,000 บาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) อันถือเป็นการจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้าและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ซึ่งของกลางที่ยึดได้ทั้งหมดดำเนินการตามกฎหมาย และจะได้ติดตามขยายผลจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการต่อไป ตามนโยบายของรัฐบาล “No Drugs ~ No Dealers” - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน
ข่าวที่คล้ายกัน :




