รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

Tum1
รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

รวบแล้วยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก ด้าน ผกก.ยัน ตำรวจต้องรับผิดชอบในทรัพย์สินที่ยึดมา หนีความผิดส่วนนี้ไม่ได้

(2 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีวานนี้ น.ส.ณัฐทิชา (สงวนนามสกุล) ได้นำใบลงบันทึกประจำวันของ สภ.แห่งหนึ่ง มาร้องต่อสื่อมวลชน ว่าทรัพย์สินซึ่งเป็นชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ที่ถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดสูญหาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ด้าน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้โพสต์ชี้แจงว่า เมื่อเวลา 13:00 น.วันที่ 27 ก.ย.68 สายตรวจรถยนต์ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีวัยรุ่นรวมตัวกัน ลักษณะแว้น ริมถนน ม.6 ต.บ้านหอย โดยมี ด.ต.ณรงค์ชัย ศรีทอง ผบ.หมู่(ป) สภ.ระเบาะไผ่ เป็นผู้แจ้ง และได้เรียกให้หยุดรถไว้ สายตรวจรถยนต์จึงได้ไปตรวจสอบ พบ “รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน” และ “ไม่มีสำเนาคู่มือรถแสดงขณะเรียกตรวจ” และที่สำคัญรถคันดังกล่าว “ไม่มีหมายเลขเครื่องยนต์” ซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า เป็นรถที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือใช้ในการกระทำความผิด 

สายตรวจรถยนต์ จึงได้ทำบันทึกการตรวจยึดและผู้ขับขี่เซ็นชื่อยินยอม ให้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ในบันทึกตรวจยึด พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ขับขี่นำเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับตัวรถไปแสดงกับพนักงานสอบสวน จากนั้น จึงนำรถคันดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป  

รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบผ่านกล้องวงจรปิดพบว่าในวันที่ 28 ก.ย.68 เวลา 01.00 น.โดยประมาณ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 4 รายได้แอบลักลอบเข้ามา ในบริเวณที่เก็บรถของกลางและได้ทำการลักทรัพย์ (อะไหล่รถ)ก่อนนำอะไหล่รถที่ขโมยเดินออกไปจากโรงพัก ทั้งนี้ยังพบว่า กล้องวงจรปิดซึ่งอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใกล้กับโรงพัก ปรากฏภาพกลุ่มวัยรุ่นได้ไปจอดรถก่อนที่จะเข้ามาลงมือก่อเหตุ ซึ่งเป็นภาพที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำมาแกะรอยก่อนสามารถรวบตัวยกแก๊งได้

ล่าสุดวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ หลังจากที่รวบรวมภาพกล้องวงจรปิด ติดตามเส้นทางของกลุ่มแก๊งฟันน้ำนม รายดังกล่าวจนสามารถติดตามไปจับกุมได้ภายในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จำนวน 4 ราย โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายที่รวบมาได้นั้น พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หนองโพรง 1 ราย , ต.กรอกสมบูรณ์ 1 ราย และ ต.ท่าตูม อีก 2 ราย พร้อมได้ยึดของกลางที่อยู่ภายในห้องซึ่งกลุ่มแก๊งนี้ได้โจรกรรมมานั้น มีทั้งท่อรถ และชิ้นส่วนรถอะไหล่ต่างๆอยู่ภายในห้อง

รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

และเมื่อเวลา 13.50 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม ได้นำผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแก๊งฟันน้ำนมจำนวน 4 ราย มาที่บริเวณ สภ.ประจันตคาม โดยพบว่า ภายในรถกระบะของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม พบรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน และมีชิ้นส่วนอะไหล่รถอยู่ภายในกระบะ  

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ พบว่า รถจักรยานยนต์ที่นำมาซึ่งเป็นรถที่กลุ่มแก๊งฟันน้ำนม ได้นำมาโจรกรรมและก่อเหตุนั้น มีรถรถจักรยานยนต์ honda wave 125 i สีดำหมายเลขทะเบียน XXธ - XX70 ปราจีนบุรี , รถจักรยานยนต์ honda wave i สีดำหมายเลขทะเบียน XXฐ - XX97 ปราจีนบุรี , รถจักรยานยนต์ honda wave สีดำแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทั้งยังมีอะไหล่ที่ถูกโจรกรรมไปเบื้องต้นพบเฟรม 1 ชิ้น , เบาะ 1 อัน , ปลายท่อ 7 ชิ้น , โช๊คอัพ 1 คู่ , ปลายท่อ 7 ชิ้น , จานดิสเบรก 1 คู่ , วงล้อแม็ก 1 คู่ , วงล้อ 5 วง , ปั๊มดิสเบรก 1 อัน , ไฟท้าย 1 อัน และแบตเตอรี่ 1 ก้อน

รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

จากการสอบถาม พ.ต.อ.ชวลิต สุธรรมมาจารย์ ผกก.สภ.ประจันตคาม ให้ข้อมูลว่า กลุ่มคนร้าย เป็นเด็กในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ เบื้องต้นทราบว่าลักษณะการก่อเหตุได้ขับรถมาจาก อ.ศรีมหาโพธิ มุ่งหน้ามาที่ อ.ประจันตคาม เดินมาด้วยกันทั้งหมด 4 คน หลังจากนั้น กลุ่มเยาวชนนี้ ได้มาวนเวียนดูลาดเลา ก่อนที่จะไปรวมตัว กันอยู่ที่ปั๊มแห่งหนึ่งใน อ.ประจันตคาม 

หลังจากนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืน ได้เอารถจักรยานยนตที่ขับมาไปซุกไว้บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์ท้าวอุเทน จากนั้นก็ใช้วิธีเดินลัดเลาะเข้าไปด้านหลังของโรงพัก และเข้าไปยังพื้นที่บริเวณเก็บของกลาง และได้เข้าไปถอดชิ้นส่วนอะไหล่รถโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำชิ้นส่วนออกจาก สภ.ประมาณตี 1 เศษ 

รวบยกแก๊งฟันน้ำนม ลอบถอดอะไหล่รถของกลางในโรงพัก

ซึ่งหลังจากที่เจ้าของรถมีการแจ้งความ เบื้องต้นได้พูดคุยกับทางเจ้าของรถว่าขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตาม หาตัวคนร้ายก่อน ซึ่งอย่างไรก็ตาม จริงๆแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะต้องรับผิดชอบในทรัพย์สินที่ยึดมา คงจะหนีความผิดตรงนี้ไม่ได้ หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวกลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้ ก็จะต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่หายไป มีอะไรบ้าง ที่จะต้องชดใช้ ตามความเป็นจริง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานพนักงานสอบสวน ตามกฎหมาย เข้ามาสอบสวนเยาวชนทั้ง 4 ราย ว่าการก่อเหตุโจรกรรมภายในพื้นที่นั้น ได้นำไปขายให้ใครบ้างหรือไม่ และมีใครสั่งมาให้ลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "ร่วมกันลักทรัพย์ ทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ในเวลากลางคืน" - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน