เกมแล้ว! ตร.รวบ 2 นักบินขนยาไอซ์ เงินเซ็นค่าจ้าง 2.5 แสน
เกมแล้ว! ตร.รวบ 2 นักบินขนยาไอซ์ เงินเซ็นค่าจ้าง 2.5 แสน พบเพิ่งออกคุกมาไม่นาน ซิ่งรถขนยาไอซ์เกือบ 450 กก.เบรกแตกพุ่งชนเกาะกลางถนน ภรรยาวัย 17 หอบลูกน้อยขวบเศษเยี่ยม น้ำตาคลอเตือนแล้วไม่ฟัง สงสารลูกน้อยเห็นหน้าพ่อได้แค่เดือนเดียวก็ต้องเข้าคุกอีก
(22 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี เจ้าหน้าที่ตร.สภ.บ้านดุง ตรวจสอบรถเก๋งแบบอเนกประสงค์ หรือ suv ชนเข้ากับเกาะกลางถนนบริเวณแยกบ้านเหล่าอุดม ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อคืนวันที่ 20 ก.ย.68 เวลา 22.30 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฯ ถึงกับช็อกเมื่อตรวจสอบภายในรถพบถุงดำขยะ จำนวน 9 กระสอบซุกอยู่ภายในห้องโดยสาร ภายในถุงดำตรวจสอบเป็นยาไอซ์จำนวน 448 กิโลกรัม หากเล็ดลอดส่งขายได้จะมีมูลค่ามหาศาลนับร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ขณะที่คนขับและผู้โดยสาร จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่ามาด้วยกัน 2 คน หลังรถพุ่งชนได้หลบหนีหายไปกับความมืด
พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.บ้านดุง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนนท์ ศรีกงพาน สว.สส.สภ.บ้านดุง พร้อมตร.ชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง ได้ติดตามแก๊งยาเสพติดขนยาไอซ์เกือบครึ่งตันครั้งนี้ ในที่สุดตร.ก็สามารถตามรวบนักบินที่รับจ้างขนยาไอซ์ได้ทั้งหมด 2 คน โดยรายแรก ตร.จับกุมได้ใกล้กับที่เกิดเหตุคือนายกันตะพงศ์ อายุ 20 ปี หรือชื่อเล่น “ทิว” เป็นเจ้าของรถ นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม และเมื่อเวลา 16.00 น.ตร.ชุดสืบสวน สภ.บ้านดุง ก็ได้ติดตามจับกุมนายชัยณรงค์ อายุ 27 ปี หรือชื่อเล่น “เอฟ” โดยจับกุมได้ที่กระท่อมในป่าสวนยางพารา บ้านโนนสำราญ ต.เซิม อ.เฝ้าไร่ หลังจากนายเอฟหลบไปอยู่กระท่อมของคนรู้จัก
ต่อมาตร.ชุดสืบสวนได้คุมตัวมายังสภ.บ้านดุง เพื่อดำเนินคดีนักบินทั้งสองคนในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์/เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งตรวจพบการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” สำหรับนายโจหัวหน้าแก๊งยาเสพติดชาวโคราช ตร.รู้เบาะแสที่อยู่แล้วจะได้เร่งติดตามมาดำเนินคดีและขยายผลต่อไป
นายเอฟ รับสารภาพว่า ตนเองและนายทิว เพื่อนรุ่นน้อง เพิ่งออกคุกมาได้เดือนกว่า รู้จักคนชื่อโจ ติดคุกด้วยกันแล้วออกมาพร้อมกัน นายโจได้ว่าจ้างให้ขนยาไอซ์ไปส่งแถวชานเมืองกรุงเทพฯ เขาบอกจะให้ค่าจ้าง 250,000 บาทแต่เงินยังไม่ได้ พวกตนขนยาบ้าเงินเซ็น นายโจบอกว่าเมื่อไปถึงจุดหมายแล้วถึงจะจ่าย นายโจจะปักหมุดให้ครั้งละ 30-40 กม.ปักหมุดไปเรื่อยๆ
ซึ่งก่อนหน้านี้พวกผมไปรับยาไอซ์ข้ามฝั่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านแถวริมแม่น้ำโขง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พอขนยาขึ้นรถนายทิวเป็นคนขับได้ซิ่งมาเร็วเบรกไม่ดีทำให้ชนเข้าเกาะกลางถนน จากนั้นก็พากันวิ่งหนีออกจากรถ ตอนนั้นก็อยู่แถวที่เกิดเหตุ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะพวกเรารู้ว่าขนยาไอซ์ถูกจับแน่ สุดท้ายก็มาถูกตร.ตามจับได้วันนี้ ผมก็งง ตร.บ้านดุงทำไมจับผมได้เร็วมาก ยอมรับเลย คนละอำเภอคนละจังหวัดฯ ยังตามจับได้ ขนาดผมอยู่ป่ายางพารา ไม่คิดว่าจะโดนจับเร็วป่านนี้ กะว่านอนหลับวันสองวันค่อยถูกจับ
ขณะที่น.ส.แป้ง อายุ 17 ปีอุ้มลูกน้อยวัยขวบเศษมาเยี่ยมนายทิวสามี น้ำตาคลอ เล่าให้นักข่าวฟังว่า สามีไม่ได้บอกหนูว่าขนยาไอซ์ บอกหนูแค่ว่า รับจ้างขับรถให้เขา อยากได้เงินมาใช้จ่ายซื้อนมลูกให้ลูกน้อย ได้เงินมาแล้วจะพาไปทำงานชลบุรี สุดท้ายก็มาถูกจับขนยาไอซ์ ตกใจมาก จึงพาลูกชายมาเยี่ยมสามี นี่ก็เพิ่งออกจากคุกได้ 1 เดือนกับอีก 5 วันก็ถูกจับกุมอีกแล้ว เห็นหน้าลูกไม่นานเลย
นางจันทร์ อายุ 46 ปี แม่นายทิว บอกว่า หลังจากลูกชายออกคุกมาแล้วก็เตือนลูกตลอดว่า อย่าหวนกลับไปเส้นทางเดิมนะลูก ลูกชายก็รับปาก ได้ยินข่าววันนี้ตกใจแทบช็อก ลูกชายรับจ้างขนยาเสพติดอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ถูกจับยาบ้าก็ติดคุกเพิ่งออกมา หัวอกคนเป็นแม่ก็เสียใจ เพราะสามีก็ถูกจับขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดที่จ.ขอนแก่น เมื่อเดือนที่แล้ว ครั้งนี้ลูกชายก็ขนยาไอซ์อีก คนเป็นแม่ทุกข์ทรมานใจมาก แต่อย่างไรแล้วทำความผิดกฎหมายครั้งใหญ่ก็ต้องรับกรรมไป
โดยวันนี้ (22 ก.ย. 68) เวลา 10.00 น. นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วยตร.ปปส.ตร.สภ.บ้านดุง จะได้แถลงข่าวจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ และได้เรียกประชุมด่วนหน่วยความมั่นคง เพื่อหามาตรการในการเฝ้าระวังอาจจะมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเสพติด หาข่าว และปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งยาบ้าไอซ์ที่ตอนนี้เริ่มทะลักเข้ามาอย่างถี่และต่อเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง




