ครูขยี้กามนร.หญิงวัย 13 ปีในรถต่อหน้าน้องสาววัย 9 ขวบ

แม่พาลูกสาววัย 13 ปีร้องขอความเป็นธรรม หลังโดนครูขยี้กามต่อหน้าลูกสาวคนเล็กวัย 9 ขวบ ก่อนโอนเงินให้ 1 หมื่นปิดปาก
วันที่ 29 เม.ย. 67 ที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.สุนทร พิมพันธ์ สว.(สอบสวน)สภ.พระสมุทรเจดีย์ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้มีนายภูริปกรณ์ ประกอบผล ปลัดอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ฝ่ายศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ได้พา น.ส.สุภาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปีชาว ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จูงมือ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ลูกสาว และ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี ลูกสาวคนเล็ก เข้าแจ้งความร้องทุกข์
หลังจากทางศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ลูกสาวคนโตคือ น้องเอ โดนครูที่โรงเรียนล่วงละเมิดทางเพศ โดยครูที่ก่อเหตุคือ นายสมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.ตูม อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ สอนวิชาสังคมศึกษา ในขณะที่น้องเอ ผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และในขณะก่อเหตุ น้องบี ลูกสาวคนเล็กอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 67 เวลาประมาณ 13.30 น. ที่บริเวณลานองค์พระสมุทรเจดีย์ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถกระบะไปรับน้องทั้ง 2 คน ที่บริเวณคลองยายหลีใกล้บ้านพัก และไปจอดบริเวณลานจอดรถองค์พระสมุทรเจดีย์ และได้ลงมือก่อเหตุล่วงละเมิด น้องเอ ขณะที่น้องสาวอยู่ในรถเช่นเดียวกัน จึงได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
จากนั้นจึงได้ขับรถไปส่งน้องทั้ง 2 คนไปที่ท่าเรือคลองยายหลี ให้เงินน้องบี ซึ่งเป็นน้องสาวไปจำนวน 50 บาท บอกว่าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร จนหลังจากวันเกิดเหตุประมาณ 2 วัน แม่มาจับพิรุธได้โดยดูโทรศัพท์มือถือ จึงมีข้อความแช็ตระหว่างน้องเอกับครูที่ก่อเหตุ
โดยข้อความเหมือนสนิทกันมาก เหมือนไม่ใช่ครูกับลูกศิษย์ จากนั้นแม่พยายามสอบถามจนน้องเอบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางแม่จึงพาไปแจ้งกับครูประจำชั้นและผู้อำนวยการโรงเรียน จนเรื่องนี้ไปถึงเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ 1 จากนั้นทางโรงเรียนได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีมูลความจริง และได้ไล่ครูผู้ก่อเหตุออกโดยทันที

หลังจากนั้น ครูผู้ก่อเหตุได้ประสานติดต่อไปทาง น.ส.สุภาภรณ์ แม่ของน้องผู้เสียหาย เพื่อจะชดใช้ให้เงินช่วยเหลือ และได้โอนเงินเข้าไปในบัญชีแม่ของน้องจำนวน 10,000 บาท ไม่ให้เอาเรื่องดำเนินคดีหรือแจ้งความกับตำรวจ จนผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ แม่ของน้องดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้ไปปรึกษาคนที่รู้จัก และแนะนำให้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ จากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

น.ส.สุภาภรณ์ (แม่) เปิดเผยว่า ข้อความในแช็ตระหว่างครูที่ก่อเหตุกับลูกสาวของตน มีสาระสำคัญว่า เป็นดั่งดวงใจของครูและเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งแฟน เป็นทั้งคนคุย และเป็นทั้งภรรยา ตนจึงดำเนินการดังกล่าว และครูผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้ออกจากสถานศึกษาไปแล้ว โดยการลาออก และติดต่อกลับมาให้ตนเปิดบัญชีธนาคาร โอนเงินมาให้และขอให้เรื่องเงียบ ซึ่งใจจริงตนจะเอาเรื่องอยู่แล้ว แต่เงิน 10,000 บาทผู้ก่อเหตุเป็นคนให้เอง อ้างว่าถ้าไม่รับก็คิดว่าให้เป็นค่าขนมลูกสาว และในวันนี้ที่มาขอความเป็นธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีมูลนิธิบ้านพักเด็ก ได้ให้เข้ามาช่วยเหลือบ้างแล้ว ส่วนกระทรวงศึกษาธิการเรื่องนี้เงียบไปเลย ไม่ให้ความช่วยเหลือ หลังจากครูที่ก่อเหตุได้ลาออกไปเรื่องเงียบหายไปเลย

ด้านนายภูริปกรณ์ ปลัดอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ระบุ ทางอำเภอได้รับเรื่องคำร้องไว้แล้ว ก่อนพาผู้เสียหายมาแจ้งความ และจะติดต่อกับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือและประสานงานเรื่องต่างๆ ยืนยัน จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดในเรื่องของคดีความ
ส่วนน้องเอ ผู้เสียหาย เล่าว่า ช่วงเรียนอยู่ ป.6 เทอม 1 เริ่มมีการพูดคุยกับครูคนก่อเหตุผ่านเฟซบุ๊ก มีการขอคบเป็นแฟนกันในลักษณะชู้สาว ก่อนที่ผู้ก่อเหตุพาตนและน้องไปเที่ยวลานพระสมุทรเจดีย์ ขณะนั่งอยู่ในรถ จู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็เริ่มล่วงละเมิดทางเพศตน ตนพยายามขัดขืนแต่ไม่สามารถสู้แรงผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งขณะนั้นน้องก็อยู่ด้วยและเห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนโดนข่มขืน และพากลับไปส่งที่บ้าน จากนั้น 2 วัน ครูได้ส่งข้อความ(แซ็ต)มาในเชิงชู้สาว แต่แม่มาเห็นและพามาแจ้งความ





