จยย.วิ่งแทรกเลนเสียหลักถูกรถพ่วงเหยียบ คนขี่เจ็บสาหัส

รถจักรยานยนต์วิ่งแทรกเลน ก่อนเสียหลักล้มถูกรถสิบล้อพ่วงเหยียบซ้ำ ร่างติดใต้ล้ออาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยนำตัวออกมา
(วันที่ 30 พ.ย. 66) พ.ต.ท.เสน่ห์ ปัญญาเรือง สว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงกับรถจยย.มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่คาล้อรถบรรทุก ที่เกิดเหตุถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้ากทม.ก่อนถึงแยกไฟแดงเทคโนโลยีปทุมธานี ตรงข้ามมาสเตอร์มอลล์ ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานีท หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง รถกู้ชีพรพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส
ที่เกิดเหตุเป็นถนนช่องทางการเดินรถ3ช่องทางการจราจร บริเวณเลนกลางพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ จอดอยู่โดยที่ล้อรถคู่หน้าขวาของตัวลูกทับขาผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาอยู่ขนขาซ้ายฉีกขาดเป็นแผลฉกรรจ์อาการสาหัส ไม่สามารถนำตัวออกมาได้ ทราบชื่อผู้ขี่รถจักรยานยนต์ต่อมานายธนิรุตน์ อายุ 33 ปี เป็นเจ้าของร้านเบาะรถจยย.ชื่อดัง เสกสิงห์ปทุม
อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างยกรถบรรทุกให้ลอย ก่อนจะนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้แล้วทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรพ.กรุงสยามเซนต์คารอส ข้างกันยังพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นมีโอสีเทาดำ ซึ่งเป็นรถของผู้ได้รับบาดเจ็บล้มคว่ำอยู่และพบรอยรถบรรทุกลากผู้ได้รับบาดเจ็บไปตามพื้นถนนเป็นทางยาวกว่า 10 เมตร
ด้านนายคมสันต์ อายุ 35 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง เปิดเผยว่า ตนเองขับรถบรรทุกทรายมาจาก อ.ผักไห่ จ.อยุธยา เพื่อไปส่งย่านนวลจันทร์ กทม. เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถด้านหน้าติดตามสัญญาณไฟแดงตนเองก็ชะลอตัว จากนั้นได้ยินเสียงดังโครมใหญ่จึงจอดรถลงมาดูก็พบว่ามีผู้ขับขี่รถจยย.ติดอยู่คาล้อจึงรีบแจ้งตำรวจเพื่อประสานหน่วยกู้ภัย
ขณะที่กล้องหน้ารถของประชาชนที่ขับผ่านมาในเส้นทางตามหลังรถคันเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยขณะเกิดเหตุรถบนถนนชะลอตัว ก่อนที่จยย.จะแทรกช่องกลางทางด้านขวาของรถบรรทุกพ่วงคู่กรณี ก่อนที่รถบรรทุกพ่วงจะขับผ่านรถที่มีกล้องไปโดยที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาล้ออยู่
ทางด้าน พ.ต.ท.เสน่ห์ ปัญญาเรือง สว.สอบสวนสภ.สวนพริกไทย ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานและสอบปากคำผู้ขับขี่รถคู่กรณีเบื้องต้นพร้อมนำตัวไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและดำเนินคดีทากฎหมายต่อไป




