“ถ้ากูตายมันจะไปขอใคร” พ่อผูกคอหนีเครียด

พ่อวัย 51 ชาวบุรีรัมย์ อึดอัดคับแค้นใจไม่มีทางออก หลังลูกชายวัย 20 ปี ไม่ทำงานเวียนมาขอเงินพ่อทุกวัน ๆละ 100-300 บาท ไม่ให้ก็สงสารลูก ให้ไปตัวเองก็ไม่มีกิน อึดอัดฝากบอกน้องสาวถ้ากูตายไปแล้วมันจะไปขอเงินใคร
(4 พ.ย. 66) เวลา 16.00 น. พ.ต.ท ยงยุทธ รัศมี สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งจากชาวบ้านพบศพอยู่ในป่า จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์และกู้ชีพเทศบาลตำบลอิสาณ
ที่เกิดเหตุเป็นป่าริมถนนบริเวณ หมู่ที่ 5 บ้านหนองโพรง ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ใต้ต้นขี้เหล็กพบศพนายทองคำ อายุ 51 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตนเองอยู่กับกิ่งต้นขี้เหล็กในป่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
สอบถามนายภานุวัฒน์ อายุ 36 ปี ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวอยู่บริเวณนั้นและเป็นคนพบศพคนแรก เล่าว่าช่วงนั้นเดินมาเพื่อจะนำวัวที่ล่ามไว้กลับเข้าคอก จังหวะนั้นเหลือบมาเห็นคนอยู่ใต้ต้นไม้ ตอนนั้นคิดว่ามีคนมานอนเล่น จึงเดินไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าเป็นศพคนผูกคอเสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ
ด้านนางอัญญา อายุ 48 ปี น้องสาวคนตาย เล่าว่าพี่ชายประกอบอาชีพเป็นช่างทาสี มีลูกชาย 1 คน อายุ 20 ปี ส่วนภรรยาได้เลิกรากันมานานแล้ว โดยทิ้งลูกชายไว้ให้อยู่กับพี่ชาย ช่วงหลังพี่ชายมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด บ่นว่าลูกชายชอบมาขอแต่เงิน งานการไม่ทำ ซึ่งช่วงนี้ไม่มีคนมาจ้างให้ไปทาสี
ผู้ตายบอกเสมอว่า หาเงินไว้ให้ลูกชายมาขอ เพราะทุกวันจะเทียวมาขอเงินถ้าไม่มีจะให้ 100 แต่ถ้ามีก็จะให้ 200-300 บาท จนแกเอ่ยปากว่าไม่ไหว สงสารลูกที่ไม่มีเงิน แต่ตนเองก็หาเงินไม่ได้ โดยก่อนหน้านี้ได้ฝากบอกเพื่อนบ้านหลายครั้ง ลักษณะอาจจะไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะคำพูดสุดท้าย “ถ้ากูตายไปแล้วมันจะไปขอเงินใคร” ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ประกอบกับผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพนายทองคำ ไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง




