หนุ่มหลอนกัญชาคลั่งจะแทงสาวท้องแก่ ผัวเอาตัวบังเสียชีวิต

สองผัวเมียเจอโจรกำลังลักตัดกัญชาที่เพื่อนบ้านปลูกไว้ แค่หันมองหน้าถูกโจรใช้มีดจะแทงภรรยาที่ท้อง 8 เดือน สามีเข้าช่วยถูกแทงกลางอกเสียชีวิต พบคนร้ายเคยติดยองอมแงมจนต้องรักษาอาการทางจิต อาการดีขึ้นระยะหนึ่งแต่มาเลิกกินยาหมอหันไปสูบกัญชาจนหลอนอีก
(5 ก.ย. 66) เวลาประมาณ 23.30 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา(4 ก.ย.) เกิดเหตุมีคนร้ายลักตัดต้นกัญชาที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่งในซอย 6 หมู่บ้านการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ แล้วมีสองสามีภรรรยาซึ่งมีบ้านพักติดกันขี่รถจักรยานยนต์กลับมาเจอจึงถามคนร้ายว่าทำอะไร ทำให้คนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ของสองสามีภรรยาจนล้ม แล้วพยายามใช้มีดแทงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์แปดเดือน แต่ฝ่ายสามีเอาตัวเข้าช่วยภรรยาจนถูกคนร้ายใช้มีดแทงที่หน้าอกถึงสามแผลอาการสาหัสและทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังเกิดเหตุตำรวจได้เบาะแสว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายอนุ อายุ 33 ปี มีบ้านพักในซอย C 3 ซึ่งอยู่ห่างจากซอยที่เกิดเหตุเพียงสองร้อยเมตร ตำรวจจึงนำกำลังทั้งสายตรวจและอาสาสมัครกว่า 50 นาย ปิดล้อมบ้านพักของคนร้ายรายนี้ ซึ่งทันที ที่คนร้ายรายนี้ เจอกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปีนหนีออกหลังบ้านก่อนจะขึ้นไปบนหลังคาบ้านข้างเคียงโดยมีมีดติดตัวอย่างน้อย 3 เล่ม และไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้ ตำรวจจึงปิดล้อมและกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันอันตราย
ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้ายให้ยอมวางมีดและมอบตัว แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากคนร้ายรายนี้มีอาการหลอนกัญชาจนพูดจาไม่รู้เรื่อง และพูดจาเพียงลำพังตลอดเวลา ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ถึงแม้ตำรวจจะทำทีส่งบุหรี่และน้ำดื่มให้กับคนร้าย เพื่อหวังให้ลงมารับน้ำดื่ม แต่ก็ไม่เป็น จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ท่ามกลางแรงกดดันจากประชาชนจำนวนมากเนื่องจากผู้ก่อเหตุเพิ่งไปก่อเหตุฆ่าคนตายและพยายามแทงคนท้องมา
กระทั่งเวล 02.40 น. พ.ต.อ. โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผู้กำกับการสภ.บางเสาธง ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนใช้กระสุนยางเตรียมความพร้อมอาศัยจังหวะที่คนร้ายรายนี้เผลอและสบโอกาศจึงยิงปืนไฟฟ้าและกระสุนยางใส่คนร้ายไป 3 นัด จนสามารถเข้าชาร์จจับกุมคนร้ายรายนี้ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงปรบมือของชาวบ้าน ใช้เวลาในการปิดล้อมจับกุมกว่าสองชั่วโมง จากนั้นตำรวจจึงควบคุมตัวคนร้ายรายนี้ส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย
ด้าน มารดาของผู้ก่อเหตุบอกว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยเป็นจิตเวชจาการใช้สาเสพติดอย่างหนักมาก่อนหน้านี้จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเจ้าสมเด็จเจ้าพระยา จนกระทั่งอาการดีขึ้นจึงกลับมาพักที่บ้าน แล้วไปรับยาที่รพบางพลีมาทาน แต่มาในระยะหลังไม่ทานยาตามที่หมอสั่งและหันกับไปเสพกัญชาอีกจนเกิดอาการประสาทหลอน หงุดหงิดโมโหร้าย แต่ก็ไม่เคยคุมคลั่งแบบนี้มาก่อน เพิ่งมาเกิดเรื่องก็ครั้งนี้




