ผบก.ระบุค้นหาแป้งต่อไปควบคู่หาข่าวและตั้งด่านสกัดหากลงจากเขาฝั่งตรัง

ผบก.ตรัง ระบุ การข่าวเชื่อว่าแป้งยังอยู่บนภูเขา ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 จังหวัด กำลังเดินเท้าค้นหาตีวงรัศมีให้แคบลงเรื่อยๆ แต่จะทั้งหมดจะบรรจบกันเมื่อไหร่ยังไม่สามารถตอบได้ สังเกตุชาวบ้านขนเสบียงขึ้นเขาบรรทัดว่ามีปริมาณมากผิดปกติหรือไม่ และจะทำควบคู่กับการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเส้นทางรอบเขาบรรทัดรวมทั้งเส้นทางขาออกเข้าจ.พัทลุง รวมทั้งการหาข่าว
(17 พ.ย. 66) ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัดบริเวณน้ำตกโตนตก หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าชุมชนบ้านตระ ซึ่งเป็นพื้นที่นายแป้ง นาโหนด นักโทษหลบหนี เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่บนเขาบรรทัดจนเจ้าหน้าที่ติดตามตัวจนพบและเกิดการยิงปะทะ แต่นายแป้งสามารถหนีรอดไปได้
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ที่จุดตรวจดังกล่าว ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หมุนเวียนกันมาปฏิบัติหน้าที่จากหลายสภ., เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบรรทัด และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อให้กำลังใจและย้ำแนวทางการปฏิบัติงานที่ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่และดีที่สุด อย่างไรก็ต้องช่วยกันตรึงกำลังไว้และติดตามการข่าวทั้งข่าวจากชาวบ้านที่ขึ้นลงหมู่บ้านได้พบเห็นหรือมีข้อมูลรับทราบข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องต่อและต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคนที่กำลังติดตาม (นายแป้ง) เขามีอาวุธอะไรบ้าง การขึ้นลงเขาที่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่มีความชำนาญมากนักในการขึ้นเขาหรือเดินป่า พร้อมระบุว่าผู้บังคับบัญชาฝากความห่วงใยมาและมอบเงินช่วยเหลือไว้สำหรับการปฏิบัติภาระกิจ ขณะเดียวกันได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงกลับจากการขึ้นไปปฏิบัติภาระกิจบนภูเขาเป็นจำนวน 3 วัน กลับบ้าน ซึ่งแต่ละนายต่างอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อยและเลอะไปด้วยดินโคลนทั้งตัวเจ้าหน้าที่และรถจยย.ต่างต้องเผชิญการเดินทางที่ยากลำบาก และถูกตัวทากกัด
นอกจากนั้นผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง ยังได้เดินทางไปเยี่ยมและเน้นย้ำการปฏิบัติที่จุดตรวจอื่น ๆ อีก 3 จุด ที่ตั้งอยู่บริเวณแนวเขาบรรทัด ประกอบด้วย จุดตรวจหน้าโรงเรียนบ้านหาดเลา ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน, จุดตรวจหน้าบริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว และจุดตรวจฝั่งขาออกจาก จ.ตรัง ที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้า จ.พัทลุง ซึ่งจุดตรวจทั้งหมดเป็นเส้นทางลงจากเทือกเขาบรรทัดฝั่ง จ.ตรัง ที่จะต้องผ่านหากนายแป้งหลบหนีลงมาทางพื้นที่ จ.ตรัง โดยกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจตรารถทุกคันที่ผ่านจุดตรวจดังกล่าว ป้องกันบุคคลเป้าหมายอาจใช้เป็นเส้นทางหลบหนี พร้อมกับมอบเงินที่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้กับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ไว้ใช้จ่ายในการปฏิบัติภารกิจทั้ง 4 จุดตรวจด้วย อย่างไรก็ตาม ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง ฝั่งขาออกมุ่งหน้า จ.พัทลุง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาไอซ์ได้ จำนวน 10 กก. พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน โดยเป็น คนจ.ตรัง 1 คน และเป็นคนพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 1 คน ขณะลักลอบขนยาไอซ์ จำนวนดังกล่าวจะมุ่งหน้าสู่ จ.พัทลุง-สงขลา โดยจากการสอบสวนทราบว่า มีคนขับรถจยย.นำหน้า 1 คัน แต่คนขับรถจยย.สามารถหลบหนีไปได้ เพราะขับขี่จยย.นำหน้าเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมต่อไป
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง บอกว่า วันนี้มีแผนจะไปเยี่ยมจุดตรวจทั้งหมด 4 จุด ในพื้นที่บริเวณรอบเขาบรรทัดเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี โดยทางกำลังเจ้าหน้าที่ฝั่ง จ.ตรัง มีภารกิจ คือ ตรึงกำลัง ประจำจุดตรวจไว้และตรวจตรายานพาหนะ บุคคลต้องสงสัยเฝ้าระวัง ที่เรากำลังติดตามอยู่เฝ้าสกัดกั้นไม่ให้เขาหลบหนีมาทางนี้ได้ รวมถึงการส่งกำลังและเสบียงอาหารขึ้นไปบนเขาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ยังคงค้นหาบุคคลเป้าหมายบนภูเขาด้วย โดยบริเวณจุดกรวดน้ำตกโตนตก เส้นทางขึ้นเขาชุมชนบ้านตระ เจ้าหน้าที่ต้องสังเกตุว่ามีประชาชนคนใด ที่นำเสบียงอาหารที่มีปริมาณเกินความจำเป็น หรือผิดปกติขึ้นไปก็ต้องตรวจสอบด้วย และจะตรึงกำลังไว้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง และมีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหมุนเวียนกันตามวงรอบ สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ ก็จะมีเจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นไปบนเขา เพื่อทำการสำรวจพื้นที่เพื่อพิสูจน์ทราบติดตามบุคคลเป้าหมาย และมีกำลังชุดเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำที่ตั้ง ที่สแตนบายไว้สำหรับ การประสานงานดำเนินการในส่วนต่าง ๆ พร้อมระบุด้านการข่าวยังเชื่อได้ว่าบุคคลที่เราติดตาม (นายแป้ง ) ยังคงอยู่บนภูเขาด้านบน ซึ่งอยู่ในระหว่างการกระชับพื้นที่เข้ามา ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพราะว่าบุคคลเป้าหมายเขามีอาวุธปืนด้วย และเคยปะทะกันแล้ว เพราะฉะนั้นการ กระชับพื้นที่การพิสูจน์ทราบตรงนี้ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาสมควร
ส่วนรัศมีการกระชับพื้นที่นั้น รัศมีพื้นที่ป่าจริง ๆ เป็นแสนไร่ แต่เจ้าหน้าที่พยายามที่จะกระชับพื้นที่เข้ามาในทุกจุดรวมทั้งฝั่งตรัง สตูล พัทลุง ก็คงต้องใช้วิธีการกระชับพื้นที่ตีวงเข้ามาข้างในเรื่อย ๆ ส่วนจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนการกระชับพื้นที่จึงจะบรรจบกัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ระบุว่า ต้องเรียนว่าการเดินป่าข้างบนนั้น เป็นไปด้วยความยากลำบาก และตำรวจชุดปฏิบัติการของเราเองไม่ได้มีความชำนาญในพื้นที่มากนัก เพราะฉะนั้นย่อมจะต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร ระบุไม่ได้ว่าจะกี่วันกี่คืน ซึ่งชุดปฏิบัติการด้านบนเขาก็มีความมั่นใจอยู่ และในขณะเดียวกันก็มีการหาข่าวในทางพื้นราบด้วย ซึ่งไม่ว่าจะทั้งพื้นบนเขาและด้านล่างก็จะต้องหาข่าวพอสมควร ซึ่งเรายังมีความมั่นใจ ส่วนอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ในการขึ้นไปบนภูเขาต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ทุกนายมีความตั้งใจทุ่มเททุกคน แต่ความยุ่งยากในการเดินป่าขึ้นเขา ทั้งรถ ทั้งอาหารการกินที่อาจจะมีความลำบาก ในการขึ้นไปด้านบน และก็มีบางส่วนที่ประสบอุบัติเหตุล้มรถเนื่องจากทางลื่นมาก มีล้มรถมีบาดเจ็บบ้าง ซึ่งเมื่อวานตนเองก็ไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บมา 1 ราย ซึ่งเบื้องต้นก็ได้มีการออกคำสั่งและปฏิบัติหน้าที่ไปถึงสิ้นเดือนนี้ก่อน แต่ว่าจะจบภารกิจเลยหรือยังไม่จบ อาจจะต้องต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่ง..




