จับสึก 2 พระเมาซิ่งเก๋งพบเหล้าขาวในรถ 5 ขวด ยื่นเงินให้ตำรวจไปซื้อมากินต่อพร้อมคอหมูย่างมาแกล้ม

ข่าวเวิร์คพอยท์
จับสึก 2 พระเมาซิ่งเก๋งพบเหล้าขาวในรถ 5 ขวด ยื่นเงินให้ตำรวจไปซื้อมากินต่อพร้อมคอหมูย่างมาแกล้ม

ชาวบ้านแจ้งพระซิ่งรถเก๋งลงมาขอซื้อเหล้าขาว ตำรวจตามจับพบพระ 2 รูป ผู้ขับยอมรับว่ากินเหล้าเมา ส่วนพระนั่งมาด้วยปฏิเสธ แม้ว่าจะตรวจค้นรถพบเหล้าขาว 5 ขวด ต้องนำไปเป่าแอลกอฮอลล์ แต่เป่าไม่เต็มที่ จึงนำไปสึกทั้งคู่ ตำรวจให้นั่งรอจนสร่างเมา แต่ยื่นเงิน 500 บาท บอกจะเลี้ยงตำรวจ ให้ซื้อเหล้ามาดื่มต่อ พร้อมกับแกล้มคอหมูย่าง

(16 พ.ย. 66) เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.วิฆเนตร ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีพระภิกษุ 2 รูป ขับรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีเขียว มาจอดซื้อเหล้าขาวที่ร้านขายของชำ บริเวณหมู่บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว โดยพระทั้งสองรูปมีลักษณะคล้ายกับมึนเมาสุรา และขับรถส่ายไปมา โดยขับมุ่งหน้าไปทางบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ จึงติดตามรถคันดังกล่าวไป และสกัดรถให้หยุดได้ที่ตลาดนัดบ้านดงอุดม ใกล้กับป้อมตำรวจชุมชนตำบลหนองบัว อ.เมืองอุดรธานี

เมื่อส่งสัญญาณให้พระผู้ขับรถจอดได้แล้ว และสั่งให้พระทั้งสองรูปลงจากรถ พระผู้ขับรถมีอาการมึนเมาและมีกลิ่นสุรา ทราบชื่อภายหลังตามใบสุทธิคือ พระคมสันต์ สิริภัทโท หรือนายคมสันต์ อายุ 56 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เป็นคนขับ พบขวดเหล้าขาวเปล่า 5 ขวด ในฝากระโปรงท้ายรถ และที่พักเท้าด้านหน้าข้างคนขับ พร้อมด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง 3 ขวด   

โดยพระคมสันต์ฯ อ้างว่าเป็นพระสังกัดที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด บวชมาแล้ว 13 พรรษา ส่วนพระอุทัย คนุตธัมโม หรือนายอุทัย นราองค์ อายุ 39 ปี ชาวมหาสารคาม ที่นั่งรถมาด้วยกัน อ้างว่ามีตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส วัดดงยางนารายณ์ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี มาได้ 2 เดือน และบวชมาได้ 16 พรรษา แล้ว 

พระคมสันต์ฯ สารภาพว่า เป็นเจ้าของรถเก๋ง และได้ดื่มเหล้าขาวจริง ส่วนพระอุทัยฯที่นั่งรถมาด้วยกัน ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มเหล้า เพียงแค่ขออาศัยนั่งรถพระคมสันต์ฯ เพื่อกลับบ้าน หลังพระคมสันต์ฯเจ้าของรถ ได้เดินทางมาร่วมงานทอดกฐินที่วัดตนจำพรรษาอยู่ เสร็จงานแล้วตนขอติดรถกลับไปเยี่ยมบ้านที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม โดยไม่รู้ว่าพระคมสันต์ฯ ดื่มเหล้า เพราะไม่เคยบอกว่าดื่มเหล้า ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้งสองไปที่วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ให้พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ทำการสึก

ส่วนพระอุทัยฯ ที่ปฏิเสธไม่ได้ดื่มเหล้า ตำรวจจึงนำตัวไปเป่าแอลกอฮอลที่ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งพระอุทัยเป่าไม่เต็มที่ เครื่องจึงตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลไม่ได้ ตำรวจถือว่าพระอุทัยปฏิเสธการเป่า และไม่พิสูจน์ตัวเอง จึงควบคุมตัวไปทำพิธีสึกที่วัดมัชฌิมาวาสอีกครั้ง ซึ่งพระอุทัยก็ไม่ยอมสึก จึงได้นิมนต์พระครูอภินันท์ มงคลธรรม เจ้าคณะตำบลนาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี มารับทราบ เพราะพระอุทัยฯ อยู่ในความปกครองของเจ้าคณะตำบลนาดี แต่ไม่ยอมเปล่งวาจาสึก แต่ก็ยอมถอดจีวรออก แล้วใส่เสื้อผ้าแทน พร้อมกับสาปแช่งตำรวจ ต่อหน้าพระพุทธรูปภายในโบสถ์ ให้ตกนรกหมกไหม้ 

จากนั้นตำรวจจึงควบคุมตัวอดีตพระทั้งสองคน มาสงบสติอารมณ์ที่โรงพักเมืองอุดรานี เพื่อรอให้สร่างเมา แล้วให้ขับรถกลับบ้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งพระคมสันต์ฯ ยอมรับว่าดื่มเหล้าจริง และยังอยากดื่มต่อ จึงยื่นเงิน 500 บาท ให้ตำรวจไปซื้อเหล้ามาดื่มต่อด้วยกัน พร้อมกับสั่งให้ซื้อคอหมูย่างมาเป็นกับแกล้มด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับสึก 2 พระเมาซิ่งเก๋งพบเหล้าขาวในรถ 5 ขวด ยื่นเงินให้ตำรวจไปซื้อมากินต่อพร้อมคอหมูย่างมาแกล้ม | Workpoint News