ออกหมายจับสากลไล่ล่าคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์อดีตเอกอัครราชทูต ก่อนอำพรางศพในห้องน้ำ-หลบหนีออกจากประเทศ

ออกหมายจับสากลไล่ล่าคนร้ายฆ่าอดีตทูตฯอำพรางศพในห้องน้ำ หลบหนีเข้าพม่า พบกดเงินจากบัญชีผู้ตายหลายครั้ง
คดีคนร้ายชาวเมียนมาฆาตกรรมอดีตเอกอัครราชทูต กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ด้วยการแทงที่หน้าอกจำนวน 3 แผลกลายเป็นศพถูกอำพรางอยู่ในห้องน้ำชั้น 2 ในบ้านพักของผู้ตาย

ล่าสุดพลตำรวจตรีอรรถพล เปิดเผยว่าชุดสืบสวนได้ออกหมายจับผู้ต้องหาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 66) และจากการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาพบว่าได้เดินทางไป จ.เชียงราย ในวันที่ 28 กันยายน และถึง จ.เชียงราย ในวันที่ 29 กันยายน และเดินทางออกนอกประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในเวลา 07.12 น.
โดยไทม์ไลน์ของผู้ก่อเหตุพบว่าเดินทางไปที่บ้านพักของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน และพบว่าทั้ง 2 คนได้ออกจากบ้านช่วงเย็นวันเดียวกัน และกลับมาที่บ้านช่วงค่ำ แต่วันเกิดเหตุวันที่ 27 กันยายน ทั้ง 2 คน กลับมาที่บ้านประมาณ 21.00น. เชื่อว่าอาจมีปากเสียงทะเลาะกัน
หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้เดินออกจากบ้านและไปขึ้นแท็กซี่หน้าหมู่บ้านในเวลาประมาณ 03.22 น. ของเช้ามืดวันที่ 28 กันยายน และจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้เสียชีวิตพบว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้ Ipad ของผู้ตายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารบุคคลอื่น จำนวน 22,000 บาท
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโอนเข้าบัญชีใคร และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และจากการเอามือถือไปสแกนกดเงินที่หน้าตู้เอทีเอ็มอีก2ครัังจำนวน 34,200บาท
เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงคนเดียว และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนความสัมพันธ์ของผู้ตายกับผู้ก่อเหตุจะเกี่ยวข้องกันอย่างไรอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เพียงคนเดียว
ส่วนทรัพย์สินของผู้ตาย นอกเหนือจากโทรศัพท์มือถือและ Ipad เชื่อว่า ยังมีทรัพย์สินอื่น ๆ ของผู้ตายที่หายไปอีก แต่ขอตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะที่บ้านมีร่องรอยการถูกรื้อคน
ขณะเดียวกัน พลตำรวจเอกธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำว่าให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร่งด่วนเพราะผู้เสียชีวิตเป็นข้าราชการระดับสูง ซึ่งหลังจากนี้จะประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองออกหมายจับสากลและส่งไปประเทศต้นทางเพื่อประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี

สำหรับไทมไลน์การหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุไป จ.นนทบุรี และวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เพื่อรอเวลาการกลับไปขึ้นรถ เนื่องจากรถรอบเช้าเสียจึงต้องขึ้นรถในรอบเย็น ซึ่งระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนรถแท็กซี่หลายคัน ซึ่งในพื้นที่นี้มีการกดเงินจำนวน 30,000 บาท
โดยก่อนจะไปยัง บขส. ผู้ก่อเหตุ เดินทางจาก จ.นนทบุรี ไปที่ห้างแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เพื่อกดเงินอีกครั้งจำนวน 4200บาท
จากนั้นขึ้นแท็กซี่คันสุดท้าย สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฏ-8406 เพื่อไปขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต บริษัทบุษราคัมทัวร์ โดยซื้อตั๋ว ในเวลา 16.53น. และรถออกในเวลา 17.25น. ซึ่งรถที่เดินทางออกจาก บสข.ของบริษัทบุษราคัมทัวร์ ทะเบียน 14-8511 กทม. มีเลขข้างรถ 13-0511กรุงเทพ-น่าน




