ลุง-ป้าร้องเทศบาลบุกรุก รังวัดที่ปักเสาผ่ากลางบ้าน

ลุงกับป้าร้อง สร้างบ้านอยู่บนที่ สค.1 ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ วันดีคืนเจ้าหน้าที่เทศบาลพาคนเข้ามารังวัด ปักเสากลางที่ดิน ตอนนี้เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ - สุดงงที่ของญาติพี่น้อง เป็น สค.1 ที่พ่อแม่แบ่งให้เหมือนกัน อยู่ติดกัน ไปขอโฉนดได้ แต่ทำไมที่ตัวเองทำไม่ได้
(27 พ.ค. 69) นายณรงค์ อายุ 81 ปี และนางบัวลอย อายุ 66 ปี สองสามีภรรยาชาวตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจากเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลบุกรุกเข้ามาภายในบริเวณบ้าน ทำการรังวัดและฝังเสาปูนจำนวน 5 เสา กระจายตามบริเวณบ้าน บางเสาฝังในลักษณะผ่าตัวบ้าน โดยไม่บอกเหตุผลว่าเข้ามารังวัดและฝังเสาปูนเพราะอะไร
.
พอเข้าไปสอบถามก็แจ้งเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคูเมือง ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารให้มารังวัดและฝังเสาปูน ก็ทำตามคำสั่งเท่านั้น เบื้องต้นจึงได้บันทึกภาพเพื่อไปแจ้งความที่ สภ.คูเมือง และร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม เพราะไม่ทราบเจตนาของของผู้กระทำ ที่สำคัญเป็นหน่วยงานรัฐแต่ทำอะไรโดยพละการ ไม่มีการแจ้งหรือขออนุญาตเจ้าของบ้านตามระเบียบขั้นตอน
.
นายณรงค์ และนางบัวลอย สองสามีภรรยา บอกว่า ที่ดินที่อยู่อาศัยและทำกินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ อยู่ด้านหลังสำนักงานเทศบาลตำบลคูเมือง เป็นที่ สค.1 ซึ่งครอบครัวได้อยู่อาศัยและทำประโยชน์มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย ตกทอดต่อกันจนถึงปัจจุบันมากกว่า 100 ปีแล้ว
.
ที่ผ่านมาเคยไปยื่นเรื่องขอรังวัดออกโฉนดแต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนินการให้ โดยไม่ทราบว่าติดปัญหาที่ขั้นตอนไหน แต่ก็แปลกใจว่าที่ดินของญาติพี่น้องใกล้เคียงกันที่พ่อแม่ยกให้ เมื่อก่อนก็เป็น สค.1 แต่ทำไมสามารถออกโฉนดได้
.
อย่างไรก็ตามแม้ที่ดินแปลงดังกล่าวจะยังออกโฉนดไม่ได้ แต่ครอบครัวก็อยู่อาศัยและทำกินมาโดยตลอด ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด แต่ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุอะไรครั้งนี้ทางเทศบาลถึงได้ให้เจ้าหน้าที่บุกรุกเข้ามารังวัดฝังเสาปูนในที่ดินของครอบครัว ลักษณะเหมือนจะยึดเอาพื้นที่ ซึ่งหากดูตามแนวเขตเสาปูนที่เจ้าหน้าที่มาฝังไว้ 5 เสา ก็ผ่าถึงกลางตัวบ้านเลย
.
จากกรณีดังกล่าวทำให้คนในครอบครัวถึงกับเครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับ และไม่กล้าออกไปรับจ้างหารายได้ เพราะไม่รู้ว่าตอนที่ไม่อยู่บ้านเจ้าหน้าที่จะบุกรุกเข้ามาทำอย่างอื่นหรือรื้อบ้านหรือไม่ ซึ่งหากทางเทศบาลจะอ้างว่าพื้นที่ที่ครอบครัวอยู่อาศัยเป็นที่สาธารณะ ทำไมเมื่อก่อนถึงไม่ทำอะไร และหากจะยึดคืนก็ควรทำตามระเบียบขั้นตอน หรือควรจะเวนคืน ไม่ใช่ใช้อำนาจรัฐมารังแกประชาชนที่ไม่มีทางสู้แบบนี้
.
สองสามีภรรยา ยังบอกอีกว่า เบื้องต้นได้แจ้งความไว้ที่ สภ.คูเมือง และร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น หากรัฐทำไม่ถูกต้องก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ยังเตรียมนำหลักฐานร้องขอความช่วยเหลือกับ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ด้วย เพราะกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
.
จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่เทศบาลตำบลคูเมือง เพื่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดว่าเป็นมาอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่านายกฯ ติดภารกิจ ต้องรอให้นายกฯ ให้ข้อมูลเอง เจ้าหน้าที่คนอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้
.
และเมื่อสอบถามศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคูเมือง ก็ทราบว่า ป้าบัวลอย ได้เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวจริง แต่เนื่องจากติดงานศพน้องชาย จึงจะเข้ามาเขียนคำร้องทุกข์อีกครั้ง ซึ่งหากศูนย์ดำรงธรรมได้รับร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป




