แถลงผลกวาดล้าง จับกุม 1,593 ราย ปืน 2,000 กระบอก ปิดสื่อออนไลน์ 291 บัญชี

ตร.แถลงผลกวาดล้างปืนเถื่อน จับกุม 1,593 ราย ปืน 2,000 กระบอก ปิดสื่อออนไลน์ 291 บัญชี เชื่อสร้างความเชื่อมั่นในประเทศ อาชญากรรมลดลงแน่
ตำรวจแถลงผลปฏิบัติการ “Gun Clearance Operation” กวาดล้างจับอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกประเภท ทั้งปืนเถื่อน ปืนแปลง หรือแบลงค์กัน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.หลังเหตุเด็ก 14 ปีกราดยิงในห้างดังกลางกรุงช่วงต้นเดือน โดยพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ รักษาราชการแทนรอง ผบ.ตร.ดูแลงานสืบสวน ดำเนินการตามนโยบาย ก่อนกำหนดให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย และระดมกำลังทั่วประเทศ ร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2566
โดยมีเป้าหมายหลัก เป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน และการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุก เร่งปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่มีการลักลอบซื้อขาย ดัดแปลงแก้ไข อาวุธปืนผิดกฎหมาย
ตำรวจทุกกองบัญชาการ ได้ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายค้น และเข้าตรวจค้นผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ดัดแปลง ซื้อขาย และเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอาวุธสงคราม กว่า 3,224 จุด จับกุมผู้กระทำผิดกว่า 1,593 คน และตรวจยึดอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายจำนวนมาก ตั้งเป้าลดความรุนแรงของอาชญากรรมและการกระทำผิดกฎหมาย
ผลการระดมกวาดล้าง ห้วงวันที่ 9-11 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา มีดังนี้
1. ตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศทั้งสิ้น 3,224 จุด
2. จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1,593 ราย
3. ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย
3.1 อาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียน แบลงค์กัน และบีบีกัน จำนวน 1,789 กระบอก
3.2 อาวุธปืน มีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นของบุคคลอื่น (ปืนผิดมือ) จำนวน 219 กระบอก
3.3 เครื่องกระสุนปืน จำนวน 75,973 นัด
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ ที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน อันเป็นช่องทางในการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย มีผลการดำเนินการดังนี้
1. Facebook จำนวน 79 บัญชี
2. Tiktok จำนวน 14 บัญชี
3. X (Twitter) จำนวน 148 บัญชี
4. Youtube จำนวน 26 ช่อง
5. Instagram จำนวน 14 บัญชี
รวมทั้งสิ้น 291 รายการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อมั่นว่า การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้ความรุนแรงของอาชญากรรม และการกระทำผิดกฎหมายลดลงอย่างแน่นอน ทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อประชาชน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศ
พร้อมขอบคุณตำรวจทุกนาย ที่ร่วมกันจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก และฝากประชาสัมพันธ์กับประชาชน หากมีเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรม หรือเรื่องอื่นๆ แจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง




