ลูกเขยเศรษฐีชื่อดังจี้ชิงร้านทองห้างดังตีมูลค่ากว่า 10 ล้านขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สารภาพลงทุนเทรดหุ้นและบิทคอยน์ขาดทุนยับ เลยหาเงินไปต่อยอด

รวบลูกเขยเศรษฐีชื่อดังจี้ชิงทองร้านดังมูลค่ากว่า 10 ล้าน เตรียมยิงตัวตายหนีผิด

ภาพนาทีบุกค้นบ้านจัดสรรหรูพบเงินสด 1 ล้านกว่าบาท ขณะที่ผู้ต้องหาพยายามใช้อาวุธปืนฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ตำรวจช่วยไว้ได้

12 ธ.ค. 66 จากการเข้าจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ สวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อสีดำแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ถืออาวุธปืน ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวฟ(ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) เป็นพาหนะ มาจอดบริเวณลานจอดรถห้างโลตัส สาขา อ.ฝาง เดินเข้าไปที่้ร้านทองจากนั้นได้เอาทองจำนวน 4 ถาด รวมกว่า 80 เส้น น้ำหนักราวๆ 300 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ก่อนวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์เวฟสีดำหลบหนีไป ตามข่าวที่มีการนำเสนอไปแล้ว

ล่าสุด พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ได้นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าทำการจับกุมตัว นายธัชเศรษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี มีที่อยู่ตามทะเบียนบัตร ปชช. จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยข้อหา "ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมของกลางเงินสดกว่า 1.4 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายถือปืนบุกเดี่ยวชิงทองในห้างที่ อ.ฝาง ทางตำรวจได้ติดตามสืบสวนสอบสวน ก็พบว่าเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย หายไปที่บ้านหรูแห่งหนึ่งอยู่ใกล้กับสวนการเกษตรชื่อดัง และพบว่าแม้คนร้ายจะใส่ชุดคลุมอำพราง แต่ใส่รองเท้ายี่ห้อดัง ราคาแพง และต่อมาพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางออกนอกประเทศหลังเกิดเหตุบุกชิงทอง และสวมใส่รองเท้ายี่ห้อแพงแบบคนร้ายใส่ จึงติดตามหาข้อมูลก็พบว่าผู้ต้องหาไปประเทศเมียนมาเพื่อขายทองคำหนัก 300 บาท ในมูลค่า 4 ล้านบาท และได้เอาเงินสดกลับมา จำนวน 1.5 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกลับไปเอาเงินสดในเดือนหน้า ตำรวจจึงได้ขอหมายศาลออกหมายจับและบุกจับกุมตัวได้ในที่สุด

โดยวันนี้ได้แบ่งกำลังตำรวจออกค้นจุดต้องสงสัยทั้ง 4 จุดทั้งบ้านในอำเภอฝาง และบ้านจัดสรรหรูในอำเภอเมืองเชียงใหม่ กระทั่งไปพบตัวผู้ต้องหาในบ้านจัดสรรหรู ซึ่งขณะที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำนั้น ผู้ต้องหาพยายามใช้อาวุธปืนกรอกปากตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ตำรวจช่วยไว้ได้ทัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำการเทรดหุ้น และบิทคอย จึงอยากได้เงินทุน ไปต่อยอดในการเทรดต่อจึงตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้
สำหรับผู้ต้องหานั้นเป็นลูกเขยของเศรษฐีเกษตรในพื้นที่ อ.ฝาง เป็นบุคคลมีชื่อเสียง ร่ำรวย มีบ้านหรูหลายหลัง และหลังมีข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ คนในพื้นที่หลายคนพากันตกใจ ไม่คิดว่าผู้ต้องหาจะมาก่อเหตุ เพราะปกติผู้ต้องหานั้นเป็นคนธรรมะธัมโมถือศีล และปฏิบัติธรรม




