ดีเอสไอลุยปราบ"หมูเถื่อน"บุกค้น 3 เป้าหมายสำคัญนครปฐม

ดีเอสไอลุยปราบ"หมูเถื่อน"บุกค้น 3 เป้าหมายสำคัญนครปฐม

ดีเอสไอลุยปราบ"หมูเถื่อน"บุกค้น 3 เป้าหมายสำคัญนครปฐม ยึดเนื้อหมูผิดกฎหมาย 7 ตัน สั่งสอบหาต้นตอที่มา

(7ธ.ค.66) พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคดีลักลอบนำเข้า"หมูเถื่อน" กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ซึ่งเป็นบริษัทห้องเย็นจำนวน 2 จุด ในพื้นที่ต.ทุ่งน้อย และพื้นที่ต.ทังหลวง และบ้านพักจำนวน 1 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม จ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นบริษัทห้องเย็นที่พบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทนำเข้า"หมูเถื่อน" สองพ่อลูกย่านดอนเมือง 

จุดที่ 2 เป็นโกดังแช่เย็น พบเนื้อหมูแช่แข็งจำนวนหนึ่ง ขณะอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ประจำจังหวัดเข้าตรวจสอบ ส่วนจุดที่ 3 เป็นบ้านพักของเจ้าของบริษัทโกดังแช่เย็นทั้ง 2 แห่ง โดยเป้าหมายของเจ้าหน้าที่คือเข้าไปตรวจค้นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางทางการเงินที่พบว่ามีการโอนเงินให้กับผู้ต้องหาในคดีนำเข้า"หมูเถื่อน"

พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการสืบสวนพบว่าเจ้าของของบริษัทห้องเย็นแห่งนี้มีเส้นทางทางการเงินโอนเงินให้กับ 2 พ่อลูก ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนำเข้าหมูเถื่อน จำนวนกว่า 220 ล้านบาท ในช่วงปี 2565 ถึงปี 2566 โดยไม่มีทำนิติกรรมระหว่างกัน จึงเป็นเหตุให้ทางพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอหมายจับจากศาลอาญาจำนวน 3 หมายเข้าตรวจค้นในวันนี้ 

พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายแรกเป็นโกดังแช่เย็นพบเนื้อหมูแช่แข็งอยู่ในห้องเย็นของบริษัท เป็นประเภทเนื้อหมูสามชั้นจำนวน 7 ตัน ซึ่งของกลางทั้งหมดตามใบอนุญาตขนย้ายซากสัตว์ระบุสถานที่ไม่ตรงกับที่อยู่แห่งนี้ ซึ่งไปตรงกับที่อยู่ของโกดังห้องเย็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเป้าหมายที่ 2

"ทำให้กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ในข้อหาไม่มีใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครปฐม ประกาศเป็นเขตควบคุมโรคอหิวาต์ในสุกร ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ในเขตห้ามเคลื่อนย้ายโดยมิได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" พ.ต.ต.ณฐพล กล่าว

พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวด้วยว่า ซึ่งมอบให้ทางเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เข้ามาตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามควายเผือก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

"ส่วนของกลางทั้งหมด 7 ตัน ที่พบในวันนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องตรวจสอบต่อไปว่าเป็นเนื้อหมูที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ได้รับจากทางบริษัทเบื้องต้นพบว่ารับซื้อเนื้อหมูจากพื้นที่ในจังหวัดนครปฐมและในจังหวัดใกล้เคียง ก็ยังต้องตรวจสอบที่มาและข้อเท็จจริงต่อไป" พ.ต.ต.ณฐพล กล่าว 

พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า การตรวจค้นทั้ง 3 จุดในวันนี้ เป้าหมายสำคัญคือการตรวจค้นเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่พบว่าเจ้าของบริษัทโอนให้กับสองพ่อลูกผู้ต้องหาในคดีนำเข้าหมูเถื่อน ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ จำนวน 220 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเอกสารใด ๆ เพิ่มเติม พนักงานของบริษัทอ้างเจ้าของบริษัทเดินทางไปต่างจังหวัด ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเรียกเจ้าของบริษัทมาสอบปากคำเพิ่มเติมภายในสัปดาห์หน้า เพื่อสอบถามถึงมาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง