พ่อสัมฤทธิ์ ไม่ห่วง “สส.ไอเดียร์”ถูกสอบทรัพย์สิน 2 พันล้าน

พ่อสัมฤทธิ์ ไม่ห่วง “สส.ไอเดียร์”ถูกสอบทรัพย์สิน 2 พันล้าน

พ่อสัมฤทธิ์ ไม่ห่วง “สส.ไอเดียร์”ถูกสอบทรัพย์สิน 2 พันล้าน เผยลูกเขยทำสตาร์ตอัปหนุนฟ้อง “รังสิมันต์ โรม”

(3 ต.ค. 69) จากกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีอภิปรายพาดพิงถึงสามีและตั้งข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดย สส.สุชาดายืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่นายรังสิมันต์ระบุว่า เตรียมเชิญ สส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบิดาของ สส.สุชาดา ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลกับกระแสตรวจสอบ เพราะเมื่อบุตรสาวเข้าสู่การเมืองก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ และพร้อมถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากบุตรสาว สามีประกอบธุรกิจในต่างประเทศ และมีระบบตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด ส่วนรายละเอียดธุรกิจไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ตอัป และสามียืนยันกับครอบครัวว่าทรัพย์สินได้มาโดยสุจริตและสามารถตรวจสอบได้ ส่วนการแจ้งความนายรังสิมันต์ นายสัมฤทธิ์เห็นว่าเป็นสิทธิของบุตรสาว หลังถูกพาดพิงถึงสามีในประเด็นที่มีความร้ายแรง พร้อมระบุว่า การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบที่มาและรายละเอียดต่อไป หากมีข้อสงสัยก็ควรชี้แจงด้วยเอกสารและข้อเท็จจริง

สำหรับกรณีคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญบุตรสาวและสามีเข้าชี้แจง นายสัมฤทธิ์แสดงความเห็นว่า ควรพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการให้ชัดเจน โดยเห็นว่าบุคคลภายนอกไม่ควรถูกเรียกเข้าไปชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้บุตรสาวหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่หากเป็นการเรียกจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่น ก็ควรให้ความร่วมมือ

นายสัมฤทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อเรื่องเป็นที่สนใจของสังคม สส.สุชาดาควรชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และเชื่อว่าเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง